posttoday
คลัง ชี้ท่องเที่ยวพยุงเศรษฐกิจไทย ส่งออกเริ่มแผ่ว เตือนสงครามดันต้นทุนพุ่ง

คลัง ชี้ท่องเที่ยวพยุงเศรษฐกิจไทย ส่งออกเริ่มแผ่ว เตือนสงครามดันต้นทุนพุ่ง

29 มิถุนายน 2569

คลังเผยเศรษฐกิจไทยพ.ค.69 ขยายตัวจากท่องเที่ยวและส่งออก แต่เริ่มชะลอ เตือนจับตาภูมิรัฐศาสตร์ น้ำมัน และอุตสาหกรรมกระทบเศรษฐกิจ

KEY

POINTS

  • เศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
  • ภาคการส่งออกยังคงเติบโต แต่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
  • ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาคือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและราคาน้ำมันสูงขึ้น

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินเศรษฐกิจไทยเดือนพฤษภาคม 2569 ยังเดินหน้าขยายตัว โดยมีภาคการท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่การส่งออกยังเติบโตต่อเนื่อง แต่เริ่มชะลอลงจากช่วงก่อนหน้า พร้อมเตือนให้จับตาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจกระทบต้นทุนการผลิตและการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือนพฤษภาคมยังได้รับแรงหนุนจากภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่ภาคส่งออกยังขยายตัว แม้อัตราการเติบโตจะเริ่มชะลอลง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน และภาคการผลิตของไทยที่ยังมีความเปราะบาง เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนการผลิต และการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

ด้านการบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งใหม่ที่เพิ่มขึ้น 15.2% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 2.9% ขณะที่รายได้เกษตรกรที่แท้จริงเพิ่มขึ้น 2.3% อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงจาก 50.6 เหลือ 49.5 เนื่องจากประชาชนกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบค่าครองชีพและเศรษฐกิจไทย

ส่วนการลงทุนภาคเอกชนโดยรวมยังอยู่ในระดับทรงตัว แม้การนำเข้าสินค้าทุนจะเพิ่มขึ้น 19.6% สะท้อนการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ แต่การลงทุนในบางภาคส่วนยังอ่อนแรง โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์ลดลง 14.7% ขณะที่รายได้จากภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ลดลง 8.6% แม้ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์จะยังเพิ่มขึ้น 3.9%

ด้านการส่งออก เดือนพฤษภาคมมีมูลค่า 34,333 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.6% จากปีก่อน และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 โดยได้รับแรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก ผลไม้ และอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่การส่งออกยางพารา น้ำตาล และรถยนต์ยังหดตัว สำหรับตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ อาเซียน สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ยังขยายตัวได้ดี แต่ตลาดอินโดจีนและอินเดียเริ่มชะลอลง

ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ โดยเดือนพฤษภาคมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.35 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.5% จากปีก่อน ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยเพิ่มขึ้น 2.2% ส่วนภาคอุตสาหกรรมยังต้องเฝ้าระวัง แม้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) จะยังอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนว่าภาคการผลิตยังขยายตัว แต่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมลดลงมาอยู่ที่ 84.7 จากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิต

สศค. ระบุว่า เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.79% เงินเฟ้อพื้นฐาน 0.92% ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ 66.6% ต่อ GDP ยังต่ำกว่ากรอบวินัยการเงินการคลัง ส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศยังอยู่ในระดับสูงที่ 287,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง

นอกจากนี้ แม้เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่ สศค. มองว่ายังต้องติดตามความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก และมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อการค้าโลกและเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

YouTube ส่งฟีเจอร์ AI สแกนคอมเมนต์ จัดกลุ่มอารมณ์คนดูอัตโนมัติ

YouTube ส่งฟีเจอร์ AI สแกนคอมเมนต์ จัดกลุ่มอารมณ์คนดูอัตโนมัติ