
ธปท. แนะไทยปฏิรูปเชิงโครงสร้าง รับความผันผวนระเบียบโลกใหม่
ผู้ว่า ธปท. เปิดการประชุม IMF Economic Review Conference ชี้ระเบียบโลกเปลี่ยนจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ แนะไทยเร่งปฏิรูปเชิงโครงสร้างและรักษาเสถียรภาพ สร้างภูมิคุ้มกันรับความผันผวน
KEY
POINTS
- ธปท. ชี้ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและความไม่แน่นอนสูงขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน และเงินเฟ้อ
- ในระยะยาว ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยง
- สำหรับระยะสั้น นโยบายเศรษฐกิจมหภาคต้องมุ่งเน้นการดูแลรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจและระบบการเงินของประเทศเพื่อรับมือกับความผันผวนจากภายนอก
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเปิดการประชุม IMF Economic Review Conference ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ และธนาคารแห่งประเทศไทย
หัวข้อของการประชุมในครั้งนี้ “Power, Markets, and Strategy in a Changing Global Order” ถือว่าสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างมาก ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การเปิดเสรีทางการค้า ระบบการเงินโลกที่เชื่อมโยงกัน และความร่วมมือในระดับภูมิภาค ล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างโอกาสให้กับภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก แต่ในวันนี้ บริบทเหล่านี้กำลังเปลี่ยนไป
เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เส้นแบ่งระหว่างภูมิรัฐศาสตร์กับเศรษฐกิจมีความไม่ชัดเจน ความขัดแย้งต่าง ๆ ทั่วโลกส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ การผลิต อัตราเงินเฟ้อ และท้ายที่สุดคือความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ดังนั้น เมื่อบริบทเปลี่ยนไป นโยบายต่าง ๆ ที่จะออกมาก็ต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความท้าทายต่าง ๆ เหล่านี้ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ในระยะสั้น เพื่อรับมือกับความผันผวนจากภายนอก นโยบายเศรษฐกิจมหภาคต้องมุ่งดูแลรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจและระบบการเงินของประเทศ การคาดการณ์เงินเฟ้อที่ยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ในกรอบเป้าหมายนั้น มีส่วนช่วยให้หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย มีความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบาย แต่ผู้ดำเนินนโยบายยังคงต้องระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ขณะที่ในระยะยาว การปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างมีความจำเป็นอย่างมากต่อการเสริมสร้างศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยง
สำหรับประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ การเปิดเสรีทางการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในโลกที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น ในจุดนี้เองที่ผู้กำหนดนโยบายต้องการการสนับสนุนจากงานวิจัย ซึ่งจะช่วยนำเสนอข้อเท็จจริง ทดสอบแนวคิด และทำความเข้าใจกลไกต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน
การประชุมครั้งนี้ยังถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญสำหรับกิจกรรม Road to Thailand ที่นำไปสู่การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพมหานคร
พลวัตของโลกที่กำลังถูกนำมาพูดคุยกันในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอำนาจ ตลาด และยุทธศาสตร์ ล้วนเป็นการวางรากฐานให้กับหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพภายใต้แนวคิด “Thailand's New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งมุ่งหวังที่จะจุดประกายการเสวนาระดับโลกในเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และการเสริมพลังให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถปรับตัวและเติบโตต่อไปได้







