
บัตรสวัสดิการฯ วางเป้าคัดคนเดือดร้อนจริง ย้อนแย้งหลักเกณฑ์ทำคนจนหลุดสิทธิ์?
ตั้งคำถามหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ทำคนจนหลุดสิทธิ์ ย้อนแย้งเป้าหมายคัดคนเดือดร้อนจริงหรือไม่? หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ปมลูกลดหย่อยภาษี ตัดสิทธิ์พ่อแม่ คลังทบทวนใหม่วันนี้ และ ธปท.ห่วงเกณฑ์มีสินเชื่อเกิน 1 แสนบาท ทำผู้มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึงสิทธิ์
KEY
POINTS
- ตั้งคำถามหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำคนจนหลุดสิทธิ์ ย้อนแย้งเป้าหมายคัดคนเดือดร้อนจริงหรือไม่?
- เกิดเสียงวิจารณ์ต่อหลักเกณฑ์ที่ตัดสิทธิบิดามารดาซึ่งบุตรนำไปใช้ลดหย่อนภาษี จนนำไปสู่การทบทวนเพื่อยกเลิกเงื่อนไขดังกล่าว
- ธปท. ตั้งข้อสังเกตว่าเกณฑ์จำกัดวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 1 แสนบาท อาจทำให้กลุ่มเปราะบาง เช่น เกษตรกรหรือลูกหนี้สินเชื่อนโยบายรัฐ ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการได้
ด้วยเป้าหมายที่ต้องการคัด “คนเดือดร้อนจริง” ให้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และตัดสิทธิ “คนแอบอ้างใช้สิทธิ์” ออกไป
จากเป้าหมายดังกล่าวทำให้กระทรวงการคลังออกหลักเกณฑ์เพื่อคัดคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งงรัฐออกมาใหม่ จำนวน 8 ข้อ ได้แก่
1) มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
2) ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
- ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา
- ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
- ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
- ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
- ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
- ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
- ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
3) มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
4) ไม่มีบัตรเครดิต
5) ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท
6) ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี
7) ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้
- ห้องชุดรวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร
- บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
- กรณีเป็นเกษตรกร ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
- กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่
8) ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
แต่แล้วกลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษี จะส่งผลให้บิดามารดาท่านนั้นถูกตัดสิทธิ์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันที
จนทำให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทบทวนและยกเลิกการนำสิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะบิดามารดามาใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาคัดกรองผู้ที่จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวทางคณะกรรมการบัตรสวัสดิการประชารัฐ จะมีการพิจารณากันในวันนี้ (11 มิ.ย.2569) เพื่อยกเลิกหลักเกณฑ์และปรับปรุงเงื่อนไขให้เกิดความเป็นธรรมและเหมาะสมอย่างแท้จริง
นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ที่ต้องไม่เป็นบุคคลที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ที่จะมีการทบทวนในวันนี้แล้ว ยังมีอีกหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการปรับคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนที่จะได้รับสิทธิตามโครงการฯ
นั่นคือการกำหนดเกณฑ์หนี้สินให้เป็นผู้ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB)
ธปท. ระบุว่า เกณฑ์ดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางบางส่วนที่มีวงเงินสินเชื่อเกินเกณฑ์ดังกล่าว ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐได้ อาทิ กลุ่มลูกหนี้เกษตรกรหรือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลผ่านโครงการสินเชื่อนโยบายรัฐต่าง ๆ เนื่องมาจากภัยพิบัติหรือวิกฤต ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อร้องเรียนต่อเงื่อนไขโครงการฯ ได้
นอกจากนี้ การกำหนดเกณฑ์ตามขนาดวงเงินสินเชื่อในฐานข้อมูลเครดิตของ NCB ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมผู้ให้บริการสินเชื่อทุกราย อาจทำให้ข้อกังวลถึงความเสียเปรียบของผู้ที่มีวงเงินสินเชื่อในฐานข้อมูลเมื่อเทียบกับผู้มีวงเงินสินเชื่อใกล้เคียงกันแต่ไม่ปรากฎในฐานข้อมูล
ดังนั้น จึงอาจพิจารณาประเด็นตามข้อสังเกตเพื่อให้โครงการฯ บรรลุวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบหรือฟผลสืบเนื่องที่ไม่พึงประสงค์ในด้านอื่น
ขณะเดียวกัน หากมีการดำเนินโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในอนาคต ควรพิจารณาควบคู่กับการทบทวนวงเงินและข้อมูลผู้ได้รับสิทธิอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงควรพิจารณาออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเสริมศักยภาพการสร้างรายได้ในระยะยาว เพื่อลดภาระการคลังและสนับสนุนให้ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ยังคงเป็นข้อขังขาว่าหลักเกณฑ์คัดกรองคนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบางข้อตรงข้ามกับความเป็นจริง และเหมาะสมหรือไม่? สะท้อนจากหลักเกณฑ์ลูกนำชื่อลดหย่อนภาษีตัดสิทธิ์พ่อแม่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนเกิดการทบทวนขึ้น และหลักเกณฑ์ที่ต้องไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท ตามข้อสังเกตของ ธปท.







