
“อรรถวิชช์” จี้คุมเข้มเหล็กซินเคอหยวน หลังโรงงานกลับมาผลิตอีกครั้ง
“อรรถวิชช์” เรียกร้องรัฐสุ่มตรวจคุณภาพเหล็กซินเคอหยวนหลังกลับมาเปิดโรงงาน ตั้งคำถามเรื่องเตาปรุงน้ำเหล็ก หวั่นเหล็กไม่ได้มาตรฐานกระทบความปลอดภัยประชาชน
ภายหลังบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้ง หลังหยุดกิจการนานกว่า 1 ปีเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบมาตรฐานการผลิต กรณีเชื่อมโยงกับเหล็กที่ใช้ก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งพังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปี 2568 ล่าสุดเกิดกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลคุณภาพผลิตภัณฑ์เหล็กก่อนออกสู่ตลาด
นาย อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความกังวลต่อการกลับมาเปิดดำเนินการของบริษัท โดยตั้งคำถามถึงความพร้อมของกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการมี “เตาปรุงน้ำเหล็ก” หรือ Ladle Furnace ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการควบคุมคุณภาพเหล็กที่ผลิตจากเตาหลอมประเภท Induction Furnace (IF)
อรรถวิชช์ระบุว่า หน่วยงานภาครัฐควรดำเนินการสุ่มตรวจคุณภาพเหล็กในช่วงที่มีการผลิตและจำหน่ายจริง ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบระหว่างการทดสอบเดินเครื่องจักร เนื่องจากคุณภาพของเศษเหล็กที่นำมาหลอมมีผลโดยตรงต่อมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ หากขาดระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กที่เหมาะสม อาจทำให้คุณสมบัติของเหล็กแต่ละล็อตไม่สม่ำเสมอ
พร้อมกันนี้ ยังอ้างถึงข้อมูลที่เคยตรวจสอบในช่วงทำงานร่วมกับทีมที่ปรึกษากระทรวงอุตสาหกรรมว่า โรงงานดังกล่าวไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็กในกระบวนการผลิต และตั้งข้อสังเกตถึงเหล็กคงคลังเดิมที่เคยมีประเด็นด้านการควบคุมคุณภาพ ว่าจะมีมาตรการตรวจสอบก่อนนำออกจำหน่ายอย่างไร
“เหล็กเป็นโครงสร้างหลักของบ้านและอาคาร ความปลอดภัยต้องมาก่อน และมาตรฐานต้องไม่ถูกลดทอน” อรรถวิชช์ระบุ
บริษัทชี้แจงผ่านทุกการตรวจสอบ พร้อมกลับมาเดินเครื่องผลิต
ก่อนหน้านี้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินกิจการตามปกติ โดยระบุว่ากระบวนการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐได้เสร็จสิ้นครบถ้วน และไม่พบข้อบ่งชี้ถึงการกระทำความผิดตามประเด็นที่ถูกตรวจสอบ
ในส่วนของการตรวจสอบโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI กรณีการครอบครอง “ฝุ่นแดง” ซึ่งเข้าข่ายวัตถุอันตราย บริษัทระบุว่า อธิบดี DSI มีคำสั่งยุติการสืบสวน เนื่องจากไม่พบพยานหลักฐานที่ชี้ว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมาย พร้อมเตรียมคืนของกลางที่ตรวจยึดไว้ให้บริษัทตามขั้นตอน
ขณะที่การตรวจสอบด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดย สมอ. ร่วมกับสถาบันยานยนต์และสถาบันไทย-เยอรมัน โดยมีการสุ่มเก็บตัวอย่างเหล็กจากการทดลองเดินเครื่องจำนวน 56 ชุด เพื่อนำไปทดสอบทั้งด้านวิศวกรรมและนิติวิทยาศาสตร์
ผลการทดสอบพบว่า เหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อยในทุกขนาดที่ตรวจสอบ มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่กำหนด ทั้งในกลุ่ม SR24, SD40T และ SD50T โดยผลการทดสอบดังกล่าวได้ส่งต่อให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตดำเนินกิจการ







