posttoday
กมธ.ฟอกเงินฯ เรียก Webull แจงปม KYC สกัดช่องโหว่เงินมืด

กมธ.ฟอกเงินฯ เรียก Webull แจงปม KYC สกัดช่องโหว่เงินมืด

06 มิถุนายน 2569

กมธ.ฟอกเงิน สภาฯ เรียกผู้บริหาร Webull ชี้แจงมาตรการ KYC หลังพบเครือข่ายสแกมเมอร์ใช้แพลตฟอร์มเป็นทางผ่านเงินผิดกฎหมาย หวั่นกระทบความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าตรวจสอบมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC/CDD) ของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หลังได้รับข้อร้องเรียนว่าระบบของแพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์อาจถูกนำไปใช้เป็นช่องทางพักและเคลื่อนย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงิน

 

หนังสือ "ด่วนที่สุด" ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ได้เชิญนายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการคัดกรองลูกค้า การป้องกันการฟอกเงิน และมาตรการควบคุมความเสี่ยงของบริษัท

 

คณะกรรมาธิการมองว่าประเด็นดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงข้อบกพร่องทางเทคนิคของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการลงทุนเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทยในภาพรวม หากบริษัทหลักทรัพย์กลายเป็นช่องโหว่ในระบบการเงินที่ถูกใช้โดยเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

กมธ.ฟอกเงินฯ เรียก Webull แจงปม KYC สกัดช่องโหว่เงินมืด

 

แกะรอยเครือข่ายฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มลงทุน

 

การตรวจสอบครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ที่ขยายผลจากคดีหลอกลวงข้าราชการเกษียณในจังหวัดปทุมธานี สูญเงินกว่า 1.4 ล้านบาท ก่อนพบเครือข่ายผู้เสียหายมากกว่า 30 ราย

 

ผลการสืบสวนพบว่าขบวนการดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนที่ตรวจสอบเบื้องต้นได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน และอาจสร้างความเสียหายรวมสูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อเดือน โดยกลุ่มผู้กระทำผิดได้พัฒนารูปแบบการฟอกเงินจากการใช้ "บัญชีม้า" แบบเดิม ไปสู่การใช้โครงสร้างของตลาดทุนเป็นพื้นที่พักเงินและเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมาย

 

เจ้าหน้าที่พบว่าขบวนการใช้วิธีที่เรียกว่า "Poipet Circumvention" หรือการนำกลุ่มบัญชีม้าชาวไทยข้ามไปพำนักในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เป็นเวลาหลายสัปดาห์ เพื่อทำหน้าที่สแกนใบหน้ายืนยันตัวตนและดำเนินธุรกรรมทางการเงินแทนเจ้าของบัญชีตัวจริง อันเป็นการหลบเลี่ยงมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถาบันการเงินไทย

 

ปฏิบัติการดังกล่าวนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย ประกอบด้วยชาวไทย 7 ราย และชาวจีน 1 ราย พร้อมเข้าตรวจค้นเซฟเฮาส์ในคอนโดมิเนียมหรูย่านห้วยขวาง และสถานประกอบการที่ใช้เป็นฉากบังหน้าในการดำเนินกิจกรรมของเครือข่าย

 

นอกจากนี้ ผู้ต้องหาระดับสั่งการรายหนึ่งยังให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า เงินที่ได้จากการหลอกลวงถูกโอนผ่านแอปพลิเคชันซื้อขายหุ้น โดยไม่ได้มีการลงทุนในหลักทรัพย์จริง ทำให้ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคมและนักลงทุนจำนวนมาก

พิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร

 

Webull ยืนยันไม่เกี่ยวข้อง เร่งปิดช่องโหว่ภายใน 1 สัปดาห์

 

ภายหลังเกิดกระแสข่าว บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) ได้ออกมาชี้แจงว่า บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน และยืนยันว่าระบบ KYC ของบริษัทดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแล

 

นายชลเดช เขมะรัตนา ระบุว่า บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท และเป็นบริษัทในเครือของ Webull Corporation ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็กของสหรัฐฯ จึงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการกำกับดูแลระดับสากลอย่างเคร่งครัด

 

บริษัทเปิดเผยว่าได้เร่งอุดช่องโหว่และปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์หลังพบปัญหา โดยมีมาตรการสำคัญ ได้แก่

 

-ยกเลิกระบบถอนเงินแบบเรียลไทม์ 100% และเพิ่มระยะเวลาตรวจสอบธุรกรรม

-นำระบบ AI Scoring Model มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ

-เพิ่มกระบวนการตรวจสอบเชิงลึก (Enhanced Due Diligence: EDD) สำหรับบัญชีที่มีความเสี่ยง

-ใช้ฐานข้อมูลคัดกรองบุคคลความเสี่ยงสูงและบัญชีต้องสงสัยในระดับสากล

-ตรวจสอบย้อนหลังและพบบัญชีม้าประมาณ 40-50 บัญชี จากฐานลูกค้ามากกว่า 200,000 ราย หรือคิดเป็นไม่ถึง 0.03% ของลูกค้าทั้งหมด ซึ่งได้ดำเนินการปิดบัญชีและระงับการใช้งานแล้ว

 

ก.ล.ต. เตรียมยกระดับมาตรการทั่วอุตสาหกรรม

 

กรณีดังกล่าวยังกลายเป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนเร่งทบทวนมาตรฐานป้องกันอาชญากรรมทางการเงินในอุตสาหกรรมทั้งหมด

 

โดย นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยก่อนหน่านี้ว่า เตรียมผลักดันมาตรการป้องกันภัยไซเบอร์และการฟอกเงินชุดใหม่ เพื่ออุดช่องโหว่ในกระบวนการยืนยันตัวตนของผู้ลงทุน

 

มาตรการสำคัญที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ได้แก่ การกำหนดให้การฝากและถอนเงินต้องผ่านบัญชีธนาคารที่ได้รับการตรวจสอบ การยกระดับระบบ KYC แบบเรียลไทม์ รวมถึงการเพิ่มบทลงโทษต่อผู้ประกอบธุรกิจที่ละเลยการควบคุมความเสี่ยงจนกลายเป็นช่องทางของเงินผิดกฎหมาย

 

การเข้าชี้แจงของผู้บริหาร Webull ต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ จึงถูกจับตาในฐานะบททดสอบที่สำคัญของระบบกำกับดูแลตลาดทุนไทย ว่าจะสามารถรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินกับการป้องกันอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางความท้าทายจากเครือข่ายมิจฉาชีพที่พัฒนากลยุทธ์ซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคดิจิทัล.

ข่าวล่าสุด

มรสุมศรัทธาถาโถมรัฐบาลอนุทิน 2 จากทุนสีน้ำเงินถึงบัตรเลือกตั้งทั้งระบบ

มรสุมศรัทธาถาโถมรัฐบาลอนุทิน 2 จากทุนสีน้ำเงินถึงบัตรเลือกตั้งทั้งระบบ