posttoday
SCBX เปิด AI Outlook 2026 ชู 6 แนวคิด รับยุค Abundant Intelligence

SCBX เปิด AI Outlook 2026 ชู 6 แนวคิด รับยุค Abundant Intelligence

29 พฤษภาคม 2569

SCBX เปิด AI Outlook 2026: The Age of Abundant Intelligence ชู 6 แนวคิดรับยุค AI อันอุดมสมบูรณ์ เปลี่ยนจากแชทบอทสู่เอเจนท์ที่ลงมือทำจริง พร้อมแนะผู้นำปรับตัวสู่บทบาท AI Orchestrator และสร้างอธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์

ในปัจจุบันเราไม่ได้อยู่เพียงแค่ในยุคที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไว้สำหรับถาม-ตอบอีกต่อไป แต่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “ปัญญาประดิษฐ์อันอุดมสมบูรณ์” (Abundant Intelligence) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาบริหารจัดการและลงมือทำงานแทนเราได้อย่างแท้จริง

ล่าสุด บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX เปิดตัวรายงาน “SCBX AI Outlook 2026: The Age of Abundant Intelligence” เพื่อนำเสนอ “กรอบคิดใหม่” ของโลกธุรกิจในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของยุคเทคโนโลยี เมื่อ AI กำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียง “ผู้ช่วยตอบคำถาม” ไปสู่ “ผู้ช่วยส่วนตัวเชิงปฏิบัติการ” ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงวิวัฒนาการของเทคโนโลยี แต่เป็น “การเปลี่ยนโครงสร้างของปัญญา” (restructuring of intelligence) ในระดับระบบเศรษฐกิจ โดย AI กำลังเปลี่ยนสถานะจากทรัพยากรที่มีข้อจำกัด ไปสู่สิ่งที่เข้าถึงได้อย่างแพร่หลาย (abundance) ส่งผลให้สมการการแข่งขันของธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เน้นการเข้าถึงเทคโนโลยี สู่ความสามารถในการออกแบบและใช้ AI เพื่อสร้างคุณค่าอย่างแท้จริง 

ทั้งนี้ คำถามสำคัญขององค์กรในยุคถัดไปจึงไม่ใช่ว่า “AI ทำอะไรได้” แต่คือ “องค์กรจะสามารถใช้ประโยชน์และต่อยอดปัญญาที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ เพื่อสร้างความได้เปรียบและเติบโตได้อย่างไร”

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร

นายกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) กล่าวถึงจุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร จากยุคดิจิทัลสู่ยุคของ Agentic AI ซึ่งเป็น AI ที่สามารถลงมือปฏิบัติการได้จริง ว่า AI กำลังก้าวจากระบบที่เพียงตอบคำถาม ไปสู่ระบบที่สามารถลงมือทำงานได้จริง ทั้งการวางแผน ตัดสินใจ และติดตามผล ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลกธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ

ในยุคนี้ AI ถูกออกแบบให้เป็น ‘Always-on Intelligence’ ที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา พร้อมบริหารจัดการบริบท (context) และเชื่อมต่อกับเครื่องมือและระบบต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนงานที่ซับซ้อนได้อย่างไร้รอยต่อ

“อย่างไรก็ตาม ความท้าทายขององค์กรไม่ได้อยู่ที่การนำ AI มาใช้ แต่คือการใช้ AI ให้เกิดคุณค่าอย่างแท้จริง โดยต้องหลีกเลี่ยงกับดักสำคัญ ทั้งการทดลองที่ไม่สามารถขยายผล การมุ่งเน้นการใช้งานมากกว่าผลลัพธ์ และการสูญเสียการมองเห็นในโลกที่การค้นหากำลังถูกขับเคลื่อนด้วย AI” นายกวีวุฒิ กล่าว 

ยุค “Abundant Intelligence” ความฉลาดเข้าถึงง่ายเหมือนไฟฟ้า

นายทุตานนท์ สินธุประสิทธิ์ Head of R&D, SCBX กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้จะไม่มีอุตสาหกรรมใดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของ AI ซึ่งปัจจุบัน AI ไม่ได้เป็นเพียงโมเดลในเชิงลึกเท่านั้น แต่ได้กลายเป็น “Intelligence” ที่สามารถนำไปจัดสรร และบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ

รายงาน “SCBX AI Outlook 2026: The Age of Abundant Intelligence” เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ความฉลาดเป็นสิ่งหายาก เข้าสู่ยุคที่ความฉลาดประดิษฐ์กลายเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายและเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่ระบุในรายงานนี้ คือ การเปลี่ยนจาก Chatbot แบบตั้งรับ (Reactive) ที่รอตอบคำถาม มาเป็น Agentic AI หรือ “Always on Intelligence” ที่ทำงานเชิงรุก (Proactive) โดย AI ยุคใหม่จะมีความสามารถในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และสามารถวางแผนการใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อลงมือทำด้วยตนเองได้

ปัจจุบันความฉลาดของตัวโมเดลพื้นฐานเริ่มกลายเป็นสิ่งทั่วไป (Componitized) ดังนั้นความได้เปรียบทางการแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่การสร้างโมเดลที่ฉลาดที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ชั้นของการบริหารจัดการเครื่องมือ (Tools) และหน่วยความจำ (Memories) ของ AI เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจ

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับ Democratizing Intelligence หรือการทำให้ AI เข้าถึงได้สำหรับทุกคน โดย SCBX ได้พัฒนาโมเดลภาษาท้องถิ่น เช่น ภาษาไทยและภาษาอีสาน รวมถึงการพัฒนาโมเดลขนาดเล็กอย่าง TF 2.5 เพื่อรองรับการทำงานแบบ Edge Computing เพื่อลดข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากรและสร้างความเท่าเทียมในสังคม

ทุตานนท์ สินธุประสิทธิ์

ประเด็นสำคัญที่ภาคธุรกิจกังวลมากที่สุดในการนำ Agentic AI มาใช้คือเรื่อง ความปลอดภัยและความเสี่ยง (Security and Risk) SCBX จึงเน้นย้ำเรื่องการสร้าง AI Governance ที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชัน AI ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

เป้าหมายของ SCBX ในการเผยแพร่รายงานฉบับนี้ ไม่เพียงแต่เพื่อใช้ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังให้เป็นแนวทางสำหรับทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ รัฐบาล และสถาบันการศึกษา เพื่อให้เกิดความร่วมมือในระดับชุมชน (Community) ในการนำ AI ไปใช้ประโยชน์และขับเคลื่อนองค์กรไปพร้อมกัน

6 แนวคิด ช่วยผู้นำองค์กรนำ AI ไปประยุกต์ใช้ได้จริง

รายงานฉบับนี้ ได้รวบรวมและวิเคราะห์ 6 แนวคิดกำหนดทิศทางอนาคตของการทำงาน การประกอบธุรกิจ และการดำเนินชีวิตในยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์อันอุดมสมบูรณ์ ดังนี้ 

วิวัฒนาการจาก “สมอง” สู่ “เอเจนท์” ที่พร้อมลงมือทำ

รายงานของ SCBX ชี้ว่า การเข้าสู่ยุค Abundant Intelligence กำลังเปลี่ยน AI จากเครื่องมือ ไปสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน” ของเศรษฐกิจและองค์กร ซึ่งในบริบทนี้ ความได้เปรียบทางการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงโมเดล AI ระดับสูงอีกต่อไป เนื่องจากต้นทุนลดลงอย่างต่อเนื่องและผู้เล่นจำนวนมากสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ในระดับใกล้เคียงกัน แต่ความแตกต่างจะเกิดจากความสามารถในการ ออกแบบระบบ (Harness) และการพัฒนา โมเดลเฉพาะทาง (Specialized Models) ที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างแท้จริง

นายพิทวัส ทวีกิจวรชัย Research Scientist, SCB DataX กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของ AI ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จากเดิมในปี 2022 ที่ ChatGPT เริ่มต้นจากการเป็นเพียงปัญญาประดิษฐ์ที่โต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติ จนมาถึงปีปัจจุบันที่ภาพของ AI กำลังเปลี่ยนจาก “ผู้ช่วยที่รอรับคำสั่ง” กลายเป็น “Proactive Agent” หรือผู้ช่วยที่พร้อมจะคิด วางแผน และลงมือทำล่วงหน้าก่อนที่เราจะเอ่ยปากสั่ง

เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ AI เปลี่ยนจากเพียง “สมอง” (Model) ให้กลายเป็น “เอเจนท์” (Agent) ที่ทำงานได้จริง คือการเติม “อวัยวะ” หรือที่เรียกว่า Harness เข้าไป ซึ่งประกอบไปด้วย

  • เครื่องมือ (Tools): เพื่อให้ AI สามารถแก้ปัญหาได้จริง
  • ความทรงจำ (Memory): เพื่อให้จดจำบริบทและตัวตนของผู้ใช้ได้
  • กระบวนการทำงาน (Workflow): การวางลำดับขั้นตอนในการตัดสินใจ

เศรษฐศาสตร์ของ AI เมื่อ “ความฉลาด” ราคาถูกลง 900 เท่า

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเกิดขึ้นของ New Economics of Intelligence ซึ่ง “โทเคน” กลายเป็นทรัพยากรในการจัดสรรศักยภาพของ AI ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ หรือคุณภาพของผลลัพธ์ องค์กรจึงจำเป็นต้องบริหารการใช้ทรัพยากรเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมออกแบบระบบให้สามารถสร้างคุณค่าสูงสุดจาก AI ในทุก use case

ในยุคแห่งความอุดมสมบูรณ์นี้ “โทเคน” เปรียบเสมือนเงินตราที่ใช้แลกกับความฉลาดและการทำงานของ AI สิ่งที่น่าสนใจคือ ราคาของโทเคนกำลังถูกลงอย่างมหาศาลถึง 900 เท่าต่อปี ในขณะที่ระดับความฉลาด (เทียบเท่าระดับปริญญาเอก) กลับเพิ่มขึ้น

การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดโลก โดยเฉพาะการก้าวขึ้นมาของบริษัทจากจีน ทำให้เกิดการพัฒนา Specialized Model หรือโมเดลที่เก่งเฉพาะด้าน ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่าโมเดลขนาดใหญ่แต่มีราคาถูกกว่ามาก สิ่งนี้ทำให้ AI ไม่ใช่เทคโนโลยีราคาแพงสำหรับบริษัท Big Tech อีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้

พิทวัส ทวีกิจวรชัย

AI เป็นมากกว่าแค่ “โมเดล”: องค์ประกอบเชิงระบบ

AI ในยุคปัจจุบันต้องถูกมองเป็น Value Stack ที่ครอบคลุมตั้งแต่แอปพลิเคชัน โมเดล โครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล ไปจนถึงบุคลากรและระบบกำกับดูแล โดย “ชั้นแอปพลิเคชัน” (Applications Layer) คือจุดที่เกิดมูลค่าทางธุรกิจอย่างแท้จริง ขณะที่ “Harness” ซึ่งรวมถึงเครื่องมือ data layer ระบบ orchestration และ governance กำลังกลายเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของการนำ AI ไปใช้งานจริง

หากเปรียบโมเดล AI เป็นเหมือน “เครื่องยนต์” การจะทำให้เกิด “รถยนต์” ที่ขับเคลื่อนได้จริงต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นอีกมากมาย ตั้งแต่ชั้นของแอปพลิเคชัน, ข้อมูล (Data), พลังงานประมวลผล (Compute), ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่างไฟฟ้าและทรัพยากรธรรมชาติ

นอกจากนี้ สิ่งที่จะกำหนดทิศทางของ AI ในสังคมคือ “คน” และ “บริบททางวัฒนธรรม” กฎหมายและนโยบายต่างๆ เปรียบเสมือนป้ายจราจรที่คอยควบคุมให้การใช้งาน AI เป็นไปอย่างถูกต้อง โดยผลการศึกษาพบว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ AI เพื่อมาแทนที่ตัวเอง แต่ใช้เพื่อขยายขีดความสามารถ (Expand capabilities) ของตนเองให้มากขึ้น

การปรับตัวของอุตสาหกรรมและทักษะแห่งอนาคต

AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ได้มุ่งทดแทนมนุษย์ แต่เป็นการยกระดับศักยภาพของบุคลากร แนวคิดใหม่อย่าง Vibe Coding กำลังทำให้การพัฒนาเทคโนโลยีเกิดขึ้นได้รวดเร็วและเข้าถึงได้มากขึ้น ขณะที่บทบาทของคนทำงานเปลี่ยนไปสู่การเป็น AI Orchestrator หรือผู้ที่สามารถกำกับ ประสาน และพัฒนาการทำงานของ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และความเข้าใจเชิงระบบจะมีความสำคัญมากขึ้น

อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ยุค “Just-in-Time Software” ที่ซอฟต์แวร์สามารถถูกสร้างขึ้นมา ณ วินาทีนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะหน้าของผู้ใช้ ซึ่งจะส่งผลให้รูปแบบการทำงานในองค์กรเปลี่ยนไป พนักงานไม่จำเป็นต้องรอฝ่าย IT พัฒนาระบบให้เสมอไป แต่สามารถสั่งการ AI ให้สร้างเครื่องมือที่ต้องการได้ทันที

สำหรับแรงงานยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่ บทบาทจะเปลี่ยนจาก “ผู้ลงมือทำภารกิจ” (Task Executor) ไปเป็น “ผู้ควบคุมการใช้ AI” (Orchestrator) 

โดยทักษะสำคัญ 3 ประการที่จะทำให้มนุษย์ยังคงมีประสิทธิภาพเหนือ AI คือ

1. System Thinking: การคิดเชิงระบบที่ซับซ้อน
2. AI Understanding: ความเข้าใจในขีดความสามารถและข้อจำกัดของ AI
3. Human Skills: ทักษะทางด้านอารมณ์และมนุษยสัมพันธ์ที่ AI เลียนแบบไม่ได้

อธิปไตยของ AI ลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยี

นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่า การทำให้ AI เข้าถึงได้ในวงกว้างต้องอาศัยหลายปัจจัย ตั้งแต่ต้นทุนที่ลดลง การรองรับภาษาท้องถิ่น การโต้ตอบผ่านเสียง และการประมวลผลบนอุปกรณ์ปลายทาง (edge computing) ในบริบทนี้ SCBX ได้พัฒนาเทคโนโลยี AI เช่น Typhoon เพื่อรองรับบริบทภาษาและการใช้งานในประเทศไทย พร้อมสะท้อนแนวโน้มสำคัญที่ AI กำลังก้าวสู่การเป็น โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ 

ในระดับประเทศ AI ถูกมองว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ หลายประเทศเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงหากต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว จึงเกิดแนวคิด “Sovereign AI” หรืออธิปไตยทางปัญญาประดิษฐ์ขึ้น เช่น โปรเจกต์ “ใต้ฝุ่น” (Typhoon) ของไทยที่พยายามสร้างโมเดลที่เข้าใจภาษาถิ่นและวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง เพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยี

Responsible AI: รากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน

SCBX เน้นย้ำว่า ยิ่ง AI มีศักยภาพมากขึ้น ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นตามมา องค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับ Responsible AI ตั้งแต่การออกแบบระบบตามหลัก Zero-Trust การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเหมาะสม ไปจนถึงการมีมนุษย์คอยกำกับดูแล (Human-in-the-loop) เพื่อควบคุมและตรวจสอบผลลัพธ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย

AI ยังคงเป็นดาบสองคมที่อาจมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น การหลอกลวงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย หรือการขาดทักษะการคิดวิพากษ์ในเด็กที่พึ่งพา AI มากเกินไป การออกแบบระบบ AI ที่ปลอดภัย (Safe AI) จึงต้องมี Human-in-the-loop และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเท่าที่จำเป็นเสมอ

เปิดตัว SCBX Knowledge Hub ขยายการเข้าถึงองค์ความรู้ AI

ควบคู่กับการเปิดตัวรายงาน SCBX AI Outlook 2026 ในครั้งนี้ ทีม SCBX R&D ยังได้เปิดตัว “SCBX Knowledge Hub” แพลตฟอร์มที่รวบรวมองค์ความรู้และนวัตกรรมจากงานวิจัยของกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ไว้ในที่เดียว เพื่อผลักดันให้ความรู้ด้าน AI เปิดกว้างและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน แพลตฟอร์มดังกล่าวครอบคลุมเนื้อหาหลากหลาย ทั้งงานวิจัย สรุปสิทธิบัตร โปรเจกต์ บทความ รายงานเชิงลึก ความร่วมมือ และอัปเดตจากกิจกรรมต่างๆ โดยออกแบบมาเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ทั้งนักพัฒนา ภาคธุรกิจ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการเรียนรู้และนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริง

ผู้สนใจสามารถติดตามและอัปเดตความรู้ด้าน AI ได้ผ่าน LINE OA: https://lin.ee/8dvXKVs

SCBX เปิด AI Outlook 2026 ชู 6 แนวคิด รับยุค Abundant Intelligence  

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เปแอสเช พบ อาร์เซน่อล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันนี้ 29 พ.ค.69

ถ่ายทอดสด เปแอสเช พบ อาร์เซน่อล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันนี้ 29 พ.ค.69