posttoday
SCB WEALTH x แสนสิริ ผสานความมั่งคั่งกับอสังหาฯ สู่มาตรฐานใหม่ของตลาด UHNW

SCB WEALTH x แสนสิริ ผสานความมั่งคั่งกับอสังหาฯ สู่มาตรฐานใหม่ของตลาด UHNW

27 พฤษภาคม 2569

SCB WEALTH x แสนสิริ ผสานอสังหาฯ กับการเงินเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ซื้อโครงการ 10-50 ล้านบาท มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับ สู่ SCB WEALTH

ในโลกการเงินและการลงทุนยุคปัจจุบัน นิยามของคำว่า “ความมั่งคั่ง” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวเลขในบัญชีหรือพอร์ตหุ้นอีกต่อไป แต่ได้ขยายขอบเขตไปถึงการครอบครองสินทรัพย์ที่จับต้องได้และการมีไลฟ์สไตล์ที่ประณีต ความร่วมมือระหว่าง SCB WEALTH ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่ง และ แสนสิริ ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ ภายใต้แคมเปญ “Curated with WEALTH-MASTERY” จึงเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ผสาน Financial Asset และ Real Asset เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

“ศรีอำไพ รัตนมยูร” ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ถูกยกระดับจากการเป็นเพียงที่อยู่อาศัยไปสู่การเป็นสินทรัพย์หลัก (Core Asset) ในการบริหารพอร์ตการลงทุน กลุ่มลูกค้าความมั่งคั่งสูง (Ultra High Net Worth) มองอสังหาริมทรัพย์เป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยง (Diversify) ช่วยลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวมได้ 

พฤติกรรมของลูกค้า Wealth ยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยให้ความสำคัญกับ Access (การเข้าถึง), Experiences (ประสบการณ์) และ Exclusivity (ความเอ็กซ์คลูซีฟ) มากกว่าการถือครองสินทรัพย์หรือผลตอบแทนทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือ การลงทุนใน “Life Gain” คุณภาพการใช้ชีวิตผ่านที่อยู่อาศัยที่ดี ซึ่งก็เหมือนกับการลงทุนสะสมความมั่งคั่งในระยะยาวรูปแบบหนึ่งเพื่อส่งต่อเป็นคุณค่าให้คนรุ่นต่อไปได้ โดยสามารถต่อยอดความมั่งคั่งได้ในทุก Life Stage ทั้งในมิติของการอยู่อาศัย การบริหารความมั่งคั่ง และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

ศรีอำไพ รัตนมยูร

เจาะพอร์ตลูกค้า Sansiri Priority

ข้อมูลจากพอร์ตโฟลิโอกลุ่มลูกค้า Sansiri Priority กลุ่มลูกค้าลักซ์ชัวรีระดับบนสุดของแสนสิริ (ยอดซื้อขั้นต่ำ 80 ล้านบาท) ปัจจุบันมีฐานลูกค้ากว่า 500 ราย ถือครองโครงการรวมมูลค่าสะสมกว่า 60,000 ล้านบาท มียอดซื้อเฉลี่ยสะสมสูงถึง 150 ล้านบาทต่อคน และมีอัตราการซื้อซ้ำสูงถึง 65% 

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมเป็น Prime Asset ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเซ็กเมนท์ลักซ์ชัวรีที่สร้างผลตอบแทน Yield สูงถึง 6-9% ขับเคลื่อนด้วยลูกค้า 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือ Ultra-HNWIs ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยร่วมกันในครอบครัวใหญ่และส่งต่อเป็นมรดก (Legacy Assets) และกลุ่มอายุ 25-40 ปี หรือ Young Successor มีแนวโน้มเติบโต 30% มองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการต่อยอดลงทุน แต่อาจจะยังไม่ได้รับ Wealth Recognition หรือโอกาสได้รับการดูแลและเอกสิทธิ์ระดับเดียวกับกลุ่ม Wealth อย่างเต็มรูปแบบ

SCB WEALTH x แสนสิริ ประกาศพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ 

ดังนั้น SCB WEALTH ประกาศพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ แสนสิริ เปิดตัว “SANSIRI x SCB WEALTH Curated with WEALTH-MASTERY” ด้วยการเชื่อมต่อ Wealth Ecosystem อย่างไร้รอยต่อ ผสานความเชี่ยวชาญด้าน Wealth Advisory เข้ากับโลกของ Luxury Living เพื่อยกระดับ Seamless Wealth Experience ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ทั้งด้านการบริหารสินทรัพย์ การลงทุนหรือการอยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตระดับเวิลด์คลาสไว้ใน ecosystem เดียวกัน

SCB WEALTH x แสนสิริ ผสานความมั่งคั่งกับอสังหาฯ สู่มาตรฐานใหม่ของตลาด UHNW  

เอกสิทธิ์แบบ “Exclusive Collaboration” 

หัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือการมอบเอกสิทธิ์ข้ามสายธุรกิจ (Cross-Privilege) เพื่อสร้างความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ลูกค้าแสนสิริที่ซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่ม Sansiri Luxury Collection และโครงการระดับลักซ์ชัวรีที่เข้าร่วมรายการกว่า 37 โครงการบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮมทั่วประเทศ อาทิ แบรนด์ นาราสิริ, เศรษฐสิริ, ณรินสิริ และ VIA และได้รับอนุมัติและเบิกใช้วงเงินสินเชื่อกับธนาคารไทยพาณิชย์ จะได้รับเอกสิทธิ์และโซลูชันบริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจรจาก SCB WEALTH ที่ออกแบบมาอย่างครอบคลุมใน 3 มิติสำคัญ ที่เชื่อมโยงทั้งเรื่องการอยู่อาศัย การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Wealth Experience) 

ลูกค้าจะได้รับเอกสิทธิ์ที่ออกแบบมาอย่างครอบคลุมใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 

  • Wealth Privileges อาทิ บริการที่ปรึกษาทางการเงินแบบองค์รวม (Wealth Advisory), โซลูชันการจัดพอร์ตการลงทุน (Portfolio Solution) และการวางแผนสภาพคล่อง (Liquidity Planning) ที่ตอบโจทย์เป้าหมายเฉพาะบุคคล
  • Living Privileges บริการและเอกสิทธิ์แบบครบวงจรจาก SCB WEALTH และ แสนสิริ อาทิ รับสิทธิ์ Sansiri Priority, SLC Life Curator ที่สุดของบริการลักซ์ชัวรีและประสบการณ์ไลฟ์สไตล์พริวิเล็จระดับเวิลด์คลาส ในเครือพันธมิตรจากแสนสิริ 
  • Financial Benefits อาทิ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ โครงสร้างสินเชื่อที่ออกแบบเฉพาะ และข้อเสนอทางการเงินที่คัดสรรมาอย่างเหมาะสม

โดยลูกค้าแสนสิริ เมื่อซื้อโครงการในกลุ่ม Sansiri Luxury Collection มูลค่า 50 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิ์เป็นลูกค้า SCB PRIVATE BANKING ทันที เพื่อเข้าถึงบริการที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนระดับโลก

ลูกค้าที่ซื้อโครงการมูลค่า 20 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิ์เข้าสู่สถานะ SCB FIRST และลูกค้าที่ซื้อโครงการมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิ์เข้าสู่สถานะ SCB PRIME ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ “คนรุ่นใหม่” สามารถเข้าถึงเอกสิทธิ์และโซลูชันบริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจรจาก SCB WEALTH ได้แบบครบวงจร ขณะที่ลูกค้า SCB WEALTH หากตัดสินใจซื้อโครงการของแสนสิริ จะได้รับสถานะ Sansiri Priority ทันที ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษในการจองโครงการใหม่ก่อนใครในราคาที่ดีที่สุด รวมถึงบริการจาก SLC Life Creator ที่ดูแลครอบคลุมทั้งเรื่องบ้านและไลฟ์สไตล์

เป้าหมายยอดขาย 13,000 ล้านบาท 

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ จะมีระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569-30 มิ.ย.2570 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 13,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่าอสังหาริมทรัพย์ระดับบนยังคงเป็นที่ต้องการและเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงในสายตาของนักลงทุนทั้งในแง่ของการอยู่อาศัยและการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

โดยคาดหวังดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 25-40 ปี ที่เติบโตเร็วและต้องการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ระดับสูง รวมถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิมผ่านการมอบสิทธิประโยชน์ข้ามแบรนด์

SCB WEALTH ยกระดับบทบาท สู่ Trusted Wealth Partner

ปรมาศิริ มโนลม้าย

“ปรมาศิริ มโนลม้าย” Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ทั้งในระดับโลกและประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองไทยที่ความมั่งคั่งของลูกค้าไม่ได้อยู่เพียงเงินฝากหรือพอร์ตการลงทุน แต่ยังกระจายอยู่ในธุรกิจครอบครัว อสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ทางเลือกหลายรูปแบบ 

ดังนั้น ผู้นำธุรกิจ Wealth Management ในอนาคตอาจไม่ใช่ธนาคารที่มีผลิตภัณฑ์มากที่สุด แต่คือองค์กรที่เข้าใจ “ชีวิต ความมั่งคั่ง และครอบครัว” ของลูกค้าได้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน อสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งใน Core Asset Class สำคัญของลูกค้ากลุ่ม Wealth บ้านระดับลักซ์ชัวรีจึงไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็น Strategic Life Asset หรือ หนึ่งในบทสำคัญของ Wealth Journey

SCB WEALTH จึงมุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการทางการเงิน สู่ Trusted Wealth Partner ผ่านแนวคิดการดูแลความมั่งคั่งแบบองค์รวม เพื่อส่งมอบ Seamless Wealth Experience ที่เชื่อมโยงทั้งมิติการลงทุน การบริหารทรัพย์สิน และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เพราะ Wealth Management ในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงการบริหารพอร์ตลงทุน แต่คือการออกแบบความมั่งคั่งให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของลูกค้า 

หนุนลูกค้า SCB WEALTH เพิ่มขึ้นจาก 1.3 แสนราย 

ปัจจุบัน SCB WEALTH มีลูกค้าทั้งหมดประมาณ 130,000 ราย แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตามระดับความมั่งคั่งและยอดสินทรัพย์รวมกับธนาคาร (AUM) ได้แก่ 

  • SCB PRIVATE BANKING เป็นเซกเมนต์ระดับสูงสุด มียอด AUM กับธนาคารตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป มีสัดส่วนประมาณ 1% ของฐานลูกค้า SCB WEALTH
  • SCB FIRST มุ่งเน้นการต่อยอดความมั่งคั่งแบบครบวงจร มียอด AUM กับธนาคารตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป มีสัดส่วนประมาณ 5-7% ของฐานลูกค้า SCB WEALTH
  • SCB PRIME ถือเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในการบริหารความมั่งคั่ง มียอด AUM กับธนาคารตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ครอบคลุมฐานลูกค้าส่วนใหญ่ของ SCB WEALTH หรือมีสัดส่วนมากกว่า 90% 

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียง partnership ระหว่างธนาคารและผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่คือการร่วมออกแบบประสบการณ์เฉพาะบุคคล ด้วยเอกสิทธิ์เหนือระดับที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติของชีวิต และคาดหวังเพิ่มฐานลูกค้า SCB WEALTH อย่างมีนัยสำคัญ

SCB WEALTH x แสนสิริ ผสานความมั่งคั่งกับอสังหาฯ สู่มาตรฐานใหม่ของตลาด UHNW

ข่าวล่าสุด

ทรู ส่งต่อเรื่องราวดีๆ ของพนักงานทรูในจังหวัดยะลาที่ “ทำความดีด้วยหัวใจ” เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉินริมทางจนปลอดภัย

ทรู ส่งต่อเรื่องราวดีๆ ของพนักงานทรูในจังหวัดยะลาที่ “ทำความดีด้วยหัวใจ” เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉินริมทางจนปลอดภัย