
ถอดรหัสนวัตกรรมอาหาร คือ ยา "CPF" ดัน ซอฟต์พาวเวอร์ ไทยสู่ตลาดโลก
CPF ถอดสูตร “อาหารเป็นยา” ใช้ AI-ไบโอเทค ปั้นนวัตกรรมอาหาร ชูแนวคิด "Food Innovation for Wellness" สร้างอาหารตอบโจทย์สุขภาพและต้นทุนแข่งขันได้ บุกตลาดโลก
ในโลกยุคใหม่ที่ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน "อาหาร" ไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยสี่เพื่อการอยู่รอด แต่กำลังถูกยกระดับสู่การเป็น "ยา" และ "นวัตกรรม" เพื่อสุขภาวะที่ดีขึ้น แม้ว่าในแต่ละปี บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ส่งออกไก่ไปกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ปีละ 1.2 แสนตัน แต่ไก่ที่ส่งออกล้วนใส่นวัตกรรมการเลี้ยงไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อตอบโจทย์ "Food Innovation for Wellness"
รวมไปถึงการต่อยอด การนำอาหาร ซอฟต์พาวเวอร์ ของไทย ส่งออกไปเวทีโลก หวังเทียบชั้นอาหารระดับฝรั่งเศส อิตาลี อเมริกา และลบภาพจำ “อาหารไทยอยู่แค่ในร้านอาหาร” ให้ชาวโลกได้หาซื้อรับประทานง่ายๆในซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ
ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF เปิดมุมมองที่น่าสนใจผ่านแนวคิด "Food Innovation for Wellness" ว่า เพราะอาหาร คือ ความปลอดภัย ไก่ กับ หมู ของ CPF ต้องกินโพรไบโอติกส์ ถึง 10 สายพันธุ์ และจัดสรรถึง 9 สูตร เพื่อให้เหมาะสมกับการเติบโตในแต่ละวัย รวมถึงการได้รับวิตามิน 17 ชนิด และมีการทดสอบมูลสัตว์อย่างสม่ำเสมอ กับแลปที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เพื่อดูผลลัพธ์และปรับปรุงสูตรให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงเพื่อควบคุมคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น หมูชีวา และ ไก่เบญจา ที่อัปเกรดเป็นโอเมก้า 3 ทั้งหมด
หมูชีวามีโอเมก้า 3 มากกว่าปลาแซลมอนถึง 2.5 เท่า เปลี่ยนโจทย์จากไขมันที่ไม่ดีให้กลายเป็นไขมันคุณภาพสูง รวมถึงไข่ไก่เบญจา โอเมก้า 3 ที่มาจากแม่ไก่ที่เลี้ยงดูด้วยข้าวกล้องและน้ำมันตับปลา
นวัตกรรมจะไม่สมบูรณ์หากขาดเทคโนโลยีสมัยใหม่ CPF นำ AI เข้ามาใช้ในการเก็บ Data ตั้งแต่ในฟาร์มเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการให้อาหารสัตว์และการจัดการโรงเรือน ยกตัวอย่างเช่น การใช้กล้อง AI และเทคโนโลยีการสะท้อนความร้อน เพื่อตรวจสอบว่าอาหารสุกเป๊ะ 100% ตามมาตรฐาน แทนการสุ่มตรวจด้วยมนุษย์เพียงแบบสมัยก่อน
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน นวัตกรรมเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องนำไปสู่การสร้างสินค้าที่มี "คุณภาพดีที่สุดภายใต้ต้นทุนที่ต่ำที่สุด" ประสิทธิ์ กล่าวว่า ยุคนี้ไม่ใช่ "ของดีราคาแพง" แต่ต้องเป็นยุคที่ "ของดีแต่ราคาต้องดีด้วย" ซึ่งเทคโนโลยีอย่าง AI จะเข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดต้นทุนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้
ปั้น Soft Power อาหารไทยครองใจคนทั่วโลก
ในด้านการทำตลาดโลก CPF กำลังผลักดันอาหารไทยให้กลายเป็น Mainstream เหมือนอาหารอิตาลีหรือฝรั่งเศส ผ่านผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอย่าง "Thai Cube" หรือ "Kitchen Joy" แบรนด์อาหารเอเชียนพร้อมทาน ทั้งเมนู ข้าวพะแนงไก่ ผัดไทเต้าหู้ และ ปอเปี๊ยะแกงแดง ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสแกนดิเนเวีย และในอังกฤษ
รวมถึงแบรนด์ "Authentic Asia" อย่าง เกี๊ยวกุ้ง ทั้ง ออริจินอล ต้มยำ ต้มข่า หม่าล่า ลักซา ซอสขี้เมา และ ซอสสไตล์ฮ่องกง ที่สามารถเจาะห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง Walmart ในสหรัฐฯ ได้กว่า 1,500 สาขา และกำลังจะมีไก่จ๊อ ที่กำลังจะเข้าไปบุกในเซเว่น อีเลฟเว่นที่ญี่ปุ่น รวมถึงการไปจีนกับเมนู ไส้กรอกที่มีน้ำซุปอยู่ข้างใน ด้วย
สำหรับปีนี้ ไส้กรอกข้าวกะเพราไก่ เป็น นวัตกรรมล่าสุด ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ซึ่งเกิดจากการต่อยอดแนวคิด "ไก่ไทยไปอวกาศ" โดยนำเมนู "อกไก่กะเพรา" ที่เคยส่งขึ้นไปบนอวกาศมาผสมผสานกับข้าวและบรรจุลงในไส้กรอก ถือเป็นนวัตกรรมที่แปลกใหม่ เพราะยังไม่เคยมีใครทำไส้กรอกที่มีข้าวอยู่ข้างในมาก่อน
ประสิทธิ์ เล่าต่อว่า นอกจากไก่ที่ CPF มีความถนัดแล้ว บริษัทก็ยังมีวัตถุดิบที่เป็น หมู ซึ่งยอมรับว่า บริษัทไม่มีความเชี่ยวชาญในการแปรรูป เพื่อส่งออก จึงได้เกิดการร่วมทุนกับ Nippon Ham หรือ NH Food ประเทศญี่ปุ่น เปิดบริษัทในประเทศไทยโดย CPF ถือหุ้น 51% NH Food ถือหุ้น 49 % เพื่อรังสรรค์เมนูเกี่ยวกับหมู ปัจจุบันมี 2 ผลิตภัณฑ์ในตลาด คือ แฮมเบิร์ก และ เกี๊ยวซ่าชีส
แม้สถานการณ์โลกจะมีความไม่แน่นอนสูง จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงาน แต่เขามองว่า Food Security หรือ ความมั่นคงทางอาหาร จะกลายเป็นวาระสำคัญที่ทุกประเทศให้ความสนใจ
ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารโลก เพราะสามารถผลิตได้ตลอดทั้งปีและมีชื่อเสียงด้านอาหารที่ดีอยู่แล้วหน้าที่ของ CPF คือการใช้เทคโนโลยีและไบโอเทคเพื่อทำให้ "อาหารเป็นยา" และสร้างความภูมิใจให้สินค้าไทยยืนหนึ่งในเวทีโลกอย่างยั่งยืน







