
บสย.ปั้นยุทธศาสตร์ 5 ปี ดันองค์กรเชื่อม Virtual Bank ยกระดับค้ำประกัน SMEs ด้วยดิจิทัล
บสย.จัดเวิร์กช็อประดับผู้บริหาร วางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (2570–2574) ยกระดับองค์กรเชื่อม Virtual Bank เสริมศักยภาพค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ด้วยดิจิทัลและ Data ใหม่
KEY
POINTS
- บสย. กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ 5 ปี (2570-2574) เพื่อปรับบทบาทองค์กรให้สอดรับกับโลกการเงินยุคใหม่
- มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเตรียมเชื่อมต่อกับระบบของ Virtual Bank และยกระดับกระบวนการค้ำประกันสินเชื่อ
- เปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ค้ำประกันสินเชื่อ" เป็น "ตัวกลางเชื่อมโอกาสทางการเงิน" เพื่อช่วยให้ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ขยับครั้งใหญ่รับโลกการเงินยุคใหม่ เดินหน้าจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับผู้บริหาร (Positioning & VP Workshop) เพื่อ “รีเซ็ต” ทิศทางองค์กร วางหมากยุทธศาสตร์ 5 ปี (2570–2574) และแผนปฏิบัติการปี 2570 ภายใต้โจทย์สำคัญ คือการยกระดับบทบาทจาก “ผู้ค้ำประกันสินเชื่อ” ไปสู่ “ตัวกลางเชื่อมโอกาสทางการเงิน” ของ SMEs ไทยในยุคดิจิทัลและ Virtual Bank ที่กำลังกลายเป็นเทรนด์สำคัญของระบบการเงินโลก
เวิร์กช็อปครั้งนี้มี ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นประธาน โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารทุกสายงานร่วมระดมสมอง เพื่อทบทวนตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ (Repositioning) และออกแบบอนาคตองค์กรให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการเงิน พฤติกรรมผู้ประกอบการ และโครงสร้างสถาบันการเงินรูปแบบใหม่
หัวใจของการปรับทิศครั้งนี้ คือการวางบทบาท บสย. ให้เข้าไปอยู่ “หน้ากระบวนการสินเชื่อ” มากขึ้น โดยผลักดันแนวคิดให้ SMEs เข้าถึง บสย. ก่อนยื่นกู้ เพื่อประเมินศักยภาพธุรกิจ แนะนำการปรับตัว และตรวจสุขภาพทางการเงินผ่านเครื่องมือเครดิตสกอริ่งอย่าง TCG Score ลดความเสี่ยงทั้งระบบ และเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ
ขณะเดียวกัน บสย. ยังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและข้อมูล (Data & Digital Platform) เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับระบบการเงินยุคใหม่ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับ Virtual Bank Ecosystem ที่กำลังเป็นกลไกใหม่ของโลกการเงิน ซึ่งจะช่วยให้การค้ำประกันสินเชื่อมีความรวดเร็ว แม่นยำ และตอบโจทย์ SMEs รายย่อยได้มากขึ้น
ในเชิงยุทธศาสตร์ บสย. ได้กำหนดกรอบการขับเคลื่อนออกเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่บทบาท “Strategic Credit Facilitator” ในระยะสั้น ไปจนถึง “Strategic Facilitator for SMEs Sustainability” ในระยะยาว โดยมีเป้าหมายร่วมคือการลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน (Financial Inclusion) และขยายโอกาสให้ SMEs เข้าถึงแหล่งทุนได้จริงในระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนเร็ว
อีกด้านหนึ่ง แผนยุทธศาสตร์ยังครอบคลุมการขยายผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อเชิงพาณิชย์ผ่าน Direct Approach การตั้งศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (F.A. Center) การยกระดับบุคลากร การปรับกระบวนการทำงานให้คล่องตัว ตลอดจนการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรและความยั่งยืนในระยะยาว
การระดมสมองครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การทำแผน แต่เป็นการ “ปรับโครงสร้างความคิด” ขององค์กร เพื่อพา บสย. ก้าวให้ทันโลกการเงินที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Virtual Bank อย่างเต็มรูปแบบ และทำให้บทบาทขององค์กรไม่ใช่เพียงผู้ค้ำประกัน แต่เป็น “กลไกเปิดประตูสู่โอกาส” ของ SMEs ไทยในอนาคต







