
เอกนิติ-ศุภจี มั่นใจ ไทยหลุด Watch List หลังเข้มปราบสินค้าปลอมกว่า 2.3 พันล้าน
“เอกนิติ-ศุภจี” ชี้ผลงานปราบละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 6 เดือน 332 คดี ของกลาง 1.36 ล้านชิ้น มูลค่า 2.3 พันล้านบาท หนุนไทยมีลุ้นหลุดบัญชีเฝ้าระวังสหรัฐ
KEY
POINTS
- รัฐบาลปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้น สามารถยึดของกลางมูลค่าความเสียหายกว่า 2,300 ล้านบาทในช่วง 6 เดือน
- ผลการดำเนินงานที่จริงจังนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยหลุดจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List) ของสหรัฐอเมริกา
- กระทรวงพาณิชย์จะนำตัวเลขผลการจับกุมไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
รัฐบาลเดินหน้าชูผลงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็น “แต้มต่อ” บนโต๊ะเจรจาการค้ากับ สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในประเด็น มาตรา 301 เพื่อผลักดันให้ไทยหลุดจากบัญชีเฝ้าระวัง (Watch List) หลังตัวเลขการจับกุมพุ่งสูงต่อเนื่อง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 สามารถดำเนินคดีได้ 332 คดี หรือเฉลี่ยมากกว่า 40 คดีต่อเดือน ของกลางรวม 1.36 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 2,300 ล้านบาท
นายเอกนิติ ย้ำว่า การปราบปรามมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าปลอม โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจเป็นอันตราย การสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการ และการวางรากฐานเศรษฐกิจระยะยาวเพื่อสนับสนุนนวัตกรรม
“การปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นมาตรฐานสากลที่ไทยต้องเร่งยกระดับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติ และยืนยันว่าประเทศไทยสามารถคุ้มครองสิทธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่า ตัวเลขผลการดำเนินงานที่ออกมาสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมศุลกากร รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ DSI”
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ วันที่ 2 พฤษภาคมนี้ เพื่อเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 และหารือกับ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ
“เราจะใช้ผลการดำเนินงานที่เข้มข้นนี้เป็นสัญญาณยืนยันว่าไทยเอาจริงและไม่ปล่อยผ่านปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยตัวเลขการจับกุมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถือเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศคู่ค้า และเพิ่มโอกาสที่ไทยจะหลุดจากบัญชีเฝ้าระวังได้” นางศุภจี กล่าว
การหารือจะครอบคลุมประเด็นมาตรา 301 ซึ่งเป็นกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ ที่ใช้ประเมินพฤติกรรมประเทศคู่ค้า รวมถึงประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน และแรงงานบังคับ เพื่อสะท้อนความพร้อมของไทยในการยกระดับมาตรฐานสู่เวทีโลก
ทั้งนี้ รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การบูรณาการการทำงานและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จะทำให้สถานการณ์การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาดีขึ้นต่อเนื่อง และเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานักลงทุนและคู่ค้าโลกในระยะยาว







