AI ดันส่งออกมี.ค.โต 18.7% ต่อเนื่อง 21 เดือน มูลค่าทุบสถิติ 3.5 หมื่นล.เหรียญ
พาณิชย์เผยส่งออก มี.ค. 69 มูลค่าทำนิวไฮแตะ 3.5 หมื่นล้านดอลล์ โต 18.7% ต่อเนื่อง 21 เดือน รับแรงหนุนสินค้า AI-สินค้าเกษตรพุ่ง แม้มีปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
KEY
POINTS
- การส่งออกเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.7% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21
- ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เติบโตสูงตามความต้องการเทคโนโลยี AI และ Data Center ทั่วโลก
- สินค้าเกษตรและอาหารกลับมาเป็นแรงเสริมสำคัญ โดยมีมังคุดและทุเรียนเป็นสินค้าดาวรุ่ง ขณะที่ตลาดส่งออกหลักอย่างสหรัฐฯ ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่า 35,157.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,087,460 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ที่อัตรา 18.7% และหากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะขยายตัวสูงถึง 19.3%
“ปัจจัยหลักยังคงมาจากสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามความต้องการเทคโนโลยี AI และ Data Center ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 21.4% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 “
โดยสินค้าสำคัญอย่างเครื่องโทรศัพท์และอุปกรณ์ พุ่งสูงถึง 166.6% และเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ขยายตัว 34.2% ขณะที่อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) กลับมาขยายตัวโดดเด่น 86.4%
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจาก การผ่อนคลายมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่ช่วยเร่งคำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมา
ในส่วนของสินค้าเกษตรและอาหาร กลับมาเป็นแรงเสริมสำคัญ หลังหดตัวก่อนหน้า โดยเดือนนี้ขยายตัว 1.1% นำโดยสินค้าดาวรุ่ง ได้แก่ มังคุดสดที่ขยายตัวสูงถึง 491.1% และทุเรียนสดเพิ่มขึ้น 14.5% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 รวมถึงสินค้าอื่น เช่น ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 250.8% เช่นเดียวกับ น้ำตาลทราย 15.8% และอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง
ด้านตลาดส่งออก ตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวแข็งแกร่ง 41.9% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 30ขณะที่ตลาดรองเติบโตโดดเด่น โดยเอเชียใต้ขยายตัวสูงถึง 123.3% และออสเตรเลีย 56.2%
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์เริ่มส่งผลชัดเจน โดยตลาดตะวันออกกลางกลับมาหดตัว 57.1% จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบต่อการขนส่งและโลจิสติกส์ ตลาด UAE ซึ่งเป็นตลาดหลักติดลบถึง 67.1% และซาอุดีอาระเบียติดลบ 55.5% ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของไทยในภูมิภาคลดลงจากราว 4.5% เหลือประมาณ 2.9% และสินค้าส่งออกสำคัญในภูมิภาคนี้ติดลบทั้งหมด
สำหรับภาพรวม 3 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกไทยขยายตัว 17.6% มูลค่า 96,169.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่มีการจัดเก็บสถิติการส่งออกของไทย และหากหักน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยจะขยายตัว 17.0%
ขณะเดียวกัน ฝั่งการนำเข้ามีมูลค่า 38,496.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 35.7% ส่งผลให้ ไทยขาดดุลการค้าในเดือนมีนาคม 3,339.5 ล้านดอลลาร์ และทำให้ภาพรวมไตรมาสแรกขาดดุลสะสม 9,476.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 336,518 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์ประเมินไว้ 3 ฉากทัศน์ โดย
กรณีที่ 1 ดีที่สุด คาดว่าจะขยายตัวได้ 8% ภายใต้แรงหนุนจากวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และความต้องการ Data Center ที่ยังเติบโต
กรณีที่ 2 คาดโต 3% ภายใต้เงื่อนไขที่เศรษฐกิจโลกชะลอในระดับจำกัด และความขัดแย้งไม่กระทบเส้นทางขนส่งรุนแรง
กรณีที่ 3 ต่ำสุด ส่งออกอาจหดตัว -3% หากความขัดแย้งยืดเยื้อและเศรษฐกิจโลกชะลอตัวรุนแรง
ในเชิงรายตลาดการส่งออกไปจีนในเดือนมีนาคมหดตัวเล็กน้อยที่ -1.1% ขณะที่แนวโน้มเดือนเมษายนยังมีแรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
อย่างไรก็ดี ต้องจับตาความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย โดยอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวจาก 2.4% เป็น 3.3% ในเดือนมีนาคมและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึง 4.8% ในเดือนเมษายน ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแรงลงและชาวอเมริกันกว่า 56% เริ่มลดการใช้จ่าย เนื่องจากรายได้เติบโตไม่ทันค่าครองชีพ
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวอาจเป็นแรงกดดันต่อการส่งออกไทยในระยะข้างหน้า แม้ปัจจุบัน ไทยยังคงได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ โดยเดือนมีนาคมเกินดุล 7,126 ล้านดอลลาร์ และเกินดุลสะสมในช่วง 3 เดือนแรกอยู่ที่ 16,871 ล้านเหรียญสหรัฐ
“ยังมองว่าแนวโน้มการส่งออกเม.ย.นี้ สินค้าอิโลทรอนิกซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในขณะนี้ น่าจะยังเติบโตได้ดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจสหรัฐด้วย ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง ส่งออกของไทยก็ชะลอตัวลงตาม แต่ถ้าเศรษฐกิจดีส่งออกไทยก็ดี”


