posttoday

วิกฤตฮอร์มุซ เมื่อเส้นเลือดใหญ่หยุดชะงัก 3 เดือน กระเทือนไทยแค่ไหน?

28 มีนาคม 2569

เจาะผลกระทบ 3 ระยะ วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ หากเส้นเลือดใหญ่โลกหยุดชะงัก 3 เดือน สั่นคลอนธุรกิจไทย รายได้ท่องเที่ยวลดฮวบ ดีเซลทะลุ 45 บาท ค่าไฟพุ่ง และปุ๋ยขาดแคลน กระทบหนักทั้งภาคผลิตและเกษตร

KEY

POINTS

  • หากปิดช่องแคบฮอร์มุซ 3 เดือน ราคาน้ำมันดีเซลและค่าไฟฟ้าในประเทศจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพของประชาชน
  • ภาคอุตสาหกรรมจะเผชิญภาวะขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญอย่างเม็ดพลาสติก กระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น บรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์
  • ภาคการท่องเที่ยวจะสูญเสียรายได้จำนวนมากจากการลดลงของนักท่องเที่ยว ขณะที่ภาคเกษตรมีความเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยเคมีในระยะยาวซึ่งจะกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร

ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นำไปสู่มาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าโลก หากสถานการณ์นี้ยืดเยื้อเป็นเวลา 3 เดือน (มีนาคม-พฤษภาคม 2569) จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแค่ไหน 

Krungthai COMPASS ประเมินถึงผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาวที่ภาคธุรกิจและประชาชนไทยต้องเผชิญ หากช่องแคบฮอร์มุซปิดตัวลงเป็นเวลา 3 เดือน (มีนาคม - พฤษภาคม 2569) โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะ Immediate Concerns (ผลกระทบทันที: มีนาคม 2569)

ในระยะแรกนี้ ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับภาคการท่องเที่ยวและเริ่มส่งสัญญาณในภาคการผลิต ดังนี้

  • วิกฤตการท่องเที่ยว: คาดว่าในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว จำนวนนักท่องเที่ยวอาจลดลง 3.9 แสนคน คิดเป็นรายได้ที่หายไป 25,000 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่ลดลงโดยตรง และนักท่องเที่ยวจากยุโรปและสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการไม่สามารถใช้สนามบินฮับในตะวันออกกลางเพื่อเปลี่ยนเครื่องได้ หากสงครามยืดเยื้อครบ 3 เดือน ความเสียหายจะขยายตัวเป็นนักท่องเที่ยวหายไป 9.8 แสนคน และสูญเสียรายได้ไปกว่า 64,000 ล้านบาท 
  • สัญญาณขาดแคลนเม็ดพลาสติก: เริ่มเกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก ทำให้ไม่สามารถนำเข้าแนฟทา (Naphtha) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเม็ดพลาสติกได้ ส่งผลให้โรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นบางแห่งในไทยที่พึ่งพาวัตถุดิบจากตะวันออกกลางต้องหยุดการผลิตชั่วคราว

ระยะ Biggest Concerns (ผลกระทบรุนแรงที่สุด: เมษายน - พฤษภาคม 2569)

ระยะนี้จะเป็นช่วงที่ผลกระทบด้านต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด

  • ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูง: คาดว่าราคาน้ำมันดีเซลจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจแตะระดับ 41.0 บาท/ลิตร ในเดือนเมษายน และพุ่งถึง 45.3 บาท/ลิตร ในเดือนพฤษภาคม แม้จะมีการประเมินว่าภาครัฐอาจใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันแล้วกว่า 68,400 ล้านบาทก็ตาม
  • การหยุดผลิตในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี: คาดว่าจะมีโรงงานปิโตรเคมีขั้นต้นปิดตัวเพิ่มขึ้น จนทำให้ Ethylene และ Propylene หายไปจากระบบราว 1.2 ล้านตัน หรือ 13.8% ของกำลังการผลิตทั้งหมดในไทย
  • ผลกระทบต่อภาคการผลิตต่อเนื่อง: การขาดแคลนเม็ดพลาสติกและต้นทุนที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ (ใช้เม็ดพลาสติก 40% ของไทย) ซึ่งจะส่งผ่านต้นทุนไปยังสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม และการแพทย์ รวมถึงกระทบต่ออุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ด้วย

วิกฤตฮอร์มุซ เมื่อเส้นเลือดใหญ่หยุดชะงัก 3 เดือน กระเทือนไทยแค่ไหน?

ระยะ Future Concerns (ผลกระทบต่อเนื่องในอนาคต: ครึ่งหลังปี 2569 เป็นต้นไป)

แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งาน แต่ผลกระทบจะยังคงหลงเหลือและสร้างปัญหาใหม่ในช่วงปลายปี

  • ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น: คาดว่าค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะพุ่งขึ้นไปแตะ 4.14 บาทต่อหน่วย ในงวดเดือนกันยายน - ธันวาคม 2569 เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่สูงขึ้น ซึ่งจะกระทบหนักต่อธุรกิจโรงน้ำแข็ง คลังสินค้า และโรงแรม
  • วิกฤตปุ๋ยเคมีและภาคเกษตร: ไทยมีความเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยเคมีตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เนื่องจากสต็อกเดิมจะหมดลงในเดือนสิงหาคม โดยไทยพึ่งพาการนำเข้าแม่ปุ๋ยไนโตรเจนจากตะวันออกกลางสูงถึง 55% หากราคาปุ๋ยนำเข้าเพิ่มขึ้นทุก 1% จะส่งผลให้ผลผลิตข้าวต่อไร่ลดลงราว -0.06% เนื่องจากเกษตรกรอาจลดการใช้ปุ๋ยเพราะสู้ราคาไม่ไหว
  • โครงสร้างการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป: หากราคาน้ำมัน Jet Fuel ยังคงสูงต่อเนื่อง จะทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น และนักท่องเที่ยวยุโรปอาจเปลี่ยนพฤติกรรมไปเที่ยวในโซนยุโรปแทนการมาเอเชีย เพื่อหลีกเลี่ยงการบินอ้อมและต้นทุนที่สูงขึ้น

โอกาสท่ามกลางวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ยังมีธุรกิจบางกลุ่มที่อาจได้รับอานิสงส์ เช่น ผู้ส่งออกสินค้าเกษตร (ข้าว, ทูน่า, ไก่) จากความกังวลเรื่องความมั่นคงทางอาหาร และธุรกิจขนส่งทางเรือ ที่ได้รับประโยชน์จากค่าระวางและค่าธรรมเนียมส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น

การปิดช่องแคบฮอร์มุซเพียง 3 เดือน ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงราคาน้ำมันที่หน้าปั๊ม แต่เป็นคลื่นยักษ์ที่กระทบต่อโครงสร้างการผลิต ตั้งแต่ต้นทุนเม็ดพลาสติก การท่องเที่ยว ไปจนถึงผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องเตรียมแผนรองรับความเสี่ยงด้านต้นทุนและการขาดแคลนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด 

ข่าวล่าสุด

CIB ทลายรัง 'แก๊งคอลเซ็นเตอร์' รวบ 11 ชาวเกาหลีใต้ คาบ้านหรู