posttoday
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น

10 กุมภาพันธ์ 2554

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น เหตุเพราะประชาชนเชื่อมั่นในรายได้ โอกาสการทำงาน แต่ต้องจับตาปัญหาการเมือง และความขัดแย้งไทยกัมพูชา

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น เหตุเพราะประชาชนเชื่อมั่นในรายได้ โอกาสการทำงาน แต่ต้องจับตาปัญหาการเมือง และความขัดแย้งไทยกัมพูชา

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดี ฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.2554 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นจาก 80.8 ในเดือนธ.ค. 2553 มาอยู่ที่ระดับ 81.5 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เป็นผลมาจากค่าดัชนีปรับขึ้นทุกรายการ โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 72.6 เพิ่มขึ้นจาก 71.9  ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 72.8 เพิ่มจาก 72.0  ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 99.2 เพิ่มจาก 98.7 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ 86.9 เพิ่มจาก 86.3 

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีเพิ่มขึ้นทุกรายการ มาจากนโยบายของรัฐบาล ในการประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศวันละ 8-17 บาท ผลผลิตทางการเกษตรทรงตัวในระดับสูงทั้ง ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และยางพารา รวมทั้งยังได้รับผลดีจากโครงการประชาวิวัฒน์ 9 ข้อ การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ส่งผลให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูงขึ้น

สำหรับปัจจัยลบที่บั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภค มาจากระดับราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ปัญหาค่าครองชีพสูง ราคาสินค้าแพงไม่สอดคล้องกับรายได้ รวมทั้งเกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง มีการชุมนุมเรียกร้องเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และการเกิดความขัดแย้งในชายแดนไทยกัมพูชา จนส่งผลต่อให้ประชาชนเกิดวิตกกังวล นอกจากนี้คนยังห่วงสถานการณ์ความไม่แน่นอนการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะปัญหาหนี้สาธารณะในระดับสูงของยุโรป ปัญหาความรุนแรงในอียิปต์ ที่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก  

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สัญญาณการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มส่งสัญญาณดีอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกรายการเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน และ น่าจะปรับตัวดีขึ้นเรื่อยๆจนใกล้เคียงระดับ 100 ซึ่งเป็นระดับปกติ จากความมั่นใจเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรและอัตราค้าจ้างที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การบริโภคในประเทศจะขยายตัวในระดับ 3.5-4 %  และเป็นส่วนผลักดันให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ 4.5 %  

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ โดยเฉพาะปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ม.ค. รวมถึงปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาที่เกิดมีความรุนแรงขึ้น รวมทั้งปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากการปรับตัวของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันปาล์ม และสินค้าอื่นๆ ที่แพงขึ้นต่อเนื่อง จนอาจบั่นทอนดัชนีความเชื่อมั่นในเดือนนี้ให้ลดลง 

“แม้จะมีปัจจัยลบที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แต่มองภาพรวมแล้วดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ช่วงขาขึ้นได้อีก เพราะค่าดัชนีเดือนนี้ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยไตรมาส 4 ปี 2553 ขณะเดียวกันประชาชนยังพอใจต่อรายได้ที่มากขึ้นทั้งจากค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่ม ราคาสินค้าเกษตรที่ยังทรงตัวสูง ทำให้มีรายได้เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ตลอดปีนี้การบริโภคภายในประเทศน่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้” นายธนวรรธน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก