ศุลกากร ยันน้ำมันไม่ขาดแคลน นำเข้ากว่า 100 ล.ลิตร/วัน-คุมเข้มลักลอบส่งออก
อธิบดี กรมศุลกากร ยันน้ำมันไม่ขาดแคลน มียอดนำเข้าพุ่ง 100 ล้านลิตรต่อวัน ชี้ปั๊มของหมดเพราะคนแห่เติมและขนส่งช้า สั่งเข้มสกัดลักลอบส่งออกเพื่อนบ้านหลังราคาสูงกว่าไทยจูงใจ
KEY
POINTS
- กรมศุลกากรยืนยันไทยไม่มีภาวะขาดแคลนน้ำมัน โดยสถิติการนำเข้ายังคงอยู่ในระดับสูงและต่อเนื่องใกล้เคียงกับช่วงปกติ
- ปัญหาปั๊มน้ำมันบางแห่งหมดชั่วคราว เกิดจากประชาชนแห่เติมน้ำมันจากความกังวลด้านราคา ไม่ได้เกิดจากปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอ
- กรมศุลกากรได้เปลี่ยนมาตรการจากการเฝ้าระวังการนำเข้า มาเป็นการคุมเข้มการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้านแทน
จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางพลังงานในวงกว้าง จนนำมาสู่กระแสความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับปริมาณสำรองน้ำมันภายในประเทศ ล่าสุดกรมศุลกากรได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจ พร้อมเผยแนวทางการบริหารจัดการและมาตรการควบคุมเข้มตามแนวชายแดน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้เผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมัน โดยมีน้ำมันดิบนำเข้ามาอย่างต่อเนื่องในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จากสถิติล่าสุดในช่วงกลางเดือนมีนาคม พบยอดนำเข้าสูงกว่า 100 ล้านลิตรต่อวัน โดยวันที่ 18 มี.ค. 2569 นำเข้า 320 ล้านลิตร วันที่ 19 มี.ค. 2569 นำเข้า 126 ล้านลิตร และ วันที่ 20 มี.ค. 2569 นำเข้า 276 ล้านลิตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าซัพพลายจากต่างประเทศยังคงไหลเข้าสู่ระบบตามปกติ
สำหรับปัญหาที่ประชาชนพบว่าสถานีบริการบางแห่งไม่มีน้ำมันนั้น นายพันธ์ทองชี้แจงว่าเกิดจากความต้องการใช้ที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการกระจายน้ำมันไปยังปั๊มต่างๆ เกิดความล่าช้าชั่วคราว เมื่อมีกระแสความกังวลเรื่องราคาจึงเกิดจิตวิทยาหมู่ทำให้ประชาชนแห่ไปเติมน้ำมันจนล้นสถานีบริการ อย่างไรก็ตาม ไทยมีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและกระจายแหล่งนำเข้าจากทั่วโลก รวมถึงผ่านสิงคโปร์ จึงช่วยลดความเสี่ยงด้านปริมาณได้เป็นอย่างดี
"ภาพรวมการนำเข้าน้ำมันของไทยยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต สะท้อนว่าระบบจัดหายังเดินหน้าได้ตามปกติ เนื่องจากผู้ประกอบการได้วางแผนจัดซื้อไว้ล่วงหน้า ขณะเดียวกันไทยยังมีการกระจายแหล่งนำเข้าจากหลายประเทศ ไม่ได้พึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่งเป็นหลัก รวมถึงมีการนำเข้าผ่านสิงคโปร์และตลาดอื่นร่วมด้วย"
ในด้านการปราบปราม กรมศุลกากรได้ปรับเปลี่ยนมาตรการจากการเฝ้าระวังการนำเข้า มาเป็นการคุมเข้มการลักลอบส่งออกน้ำมันไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านแทน เนื่องจากส่วนต่างราคาที่จูงใจ โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนภาคใต้และ อ.แม่สอด ซึ่งได้บูรณาการร่วมกับกรมสรรพสามิตและหน่วยงานความมั่นคงเพื่อป้องกันการนำทรัพยากรพลังงานของไทยไปหาผลประโยชน์ผิดกฎหมายตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้น กรมศุลกากรยังมีนโยบายอำนวยความสะดวกทางการค้าผ่านระบบ "Green Line" โดยอนุญาตให้ทำใบขนสินค้าและชำระภาษีล่วงหน้าก่อนของมาถึง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งและค่าธรรมเนียมในท่าเรืออีกทางหนึ่ง


