ไทย ตั้งทีมรับมือภาษีสหรัฐ ขีดเส้นส่งข้อมูล 15 เม.ย. จ่อปิดดีล FTA 3 คู่ค้า ปีนี้
กรมเจรจาการค้า กางแผนรับมือภาษีสหรัฐฯ 10% และมาตรา 301 เร่งตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางสู้คดี ขีดเส้นส่งความเห็น 15 เม.ย. 69 ก่อนเส้นตาย ก.ค. นี้ ลุ้นปิดจ๊อบ FTA 3 คู่ค้าภายในปีนี้
KEY
POINTS
- กระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะทำงานเพื่อรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยกำหนดส่งข้อมูลชี้แจงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของไทยภายในวันที่ 15 เมษายน
- ไทยกำลังเผชิญการไต่สวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ การกำหนดส่วนเกิน และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน
- กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศตั้งเป้าหมายเร่งสรุปผลการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับ 3 คู่ค้าสำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ให้สำเร็จภายในปีนี้
โจทย์การค้าไทยปีนี้ ไม่ได้มีแค่การเปิดตลาดใหม่ แต่ต้องรับมือแรงกดดันจากมาตรการการค้าของสหรัฐฯ ไปพร้อมกัน
ล่าสุด นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังคงเดินหน้าการเจรจาภาษีทางการค้ากับสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการทำงานร่วมกันมาตลอด 3 ปี จนมีการออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันอยู่ในช่วงการเจรจาความตกลงในรายละเอียด เนื่องจากสหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการภาษีภายใต้มาตรา 122 ไว้ที่อัตรา 10% ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะหมดอายุลงในเดือนกรกฎาคมนี้
"ในช่วงนี้ยังมีการติดต่อพูดคุยกับ USTR อย่างต่อเนื่อง แม้ทางสหรัฐฯ จะมีข้อจำกัดเรื่องบุคลากรที่ต้องดูแลหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งการไต่สวนมาตรา 301 และการเจรจากับหลายประเทศ แต่คาดว่าก่อนเดือนกรกฎาคมนี้ สหรัฐฯ จะพยายามสรุปการพูดคุยกับประเทศต่างๆ ซึ่งอาจมีการประกาศอัตราภาษีหรือมาตรการอื่นๆ ตามมา"
นอกเหนือจากภาษี 10% แล้ว โจทย์ใหญ่ที่ไทยต้องเผชิญคือ การไต่สวนตาม มาตรา 301 ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการค้าที่เคยใช้กับจีนมาก่อน โดยไทยถูกตรวจสอบใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ การกำหนดส่วนเกิน และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้ง "คณะทำงานเตรียมการรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐฯ" โดยมีปลัดกระทรวงเป็นประธาน เพื่อศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะร่วมกับภาคเอกชน รวมถึงแนวทางเตรียมการรับมือผลกระทบภาษี และเตรียมการหารือแก้ไขปัญหา และรักษาผลประโยชน์ของไทย
"ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือ ไทยมีกำหนดจะต้องจัดส่งความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรเข้าระบบไต่สวนของสหรัฐฯ ภายในวันที่ 15 เมษายน 2569 เพื่อชี้แจงและแก้ต่างรักษาผลประโยชน์ของไทยอย่างเป็นระบบ"
สำหรับกรณีข่าวลือเรื่องมาเลเซียยกเลิกดีลกับสหรัฐฯ นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร โดยมาเลเซียเพียงแค่ได้รับผลจากคำตัดสินของศาลที่ทำให้ภาษีบางรายการลดลงเหลือ 10% เท่ากับไทย ส่วนความตกลงอื่นๆ ยังคงเดินหน้าต่อเหมือนเดิม
พร้อมกันนี้ ในปี 2569 นี้ กรมฯ มีแผนรุกหนักในตลาดโลก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ที่จะเร่งผลักดันการเจรจา FTA ที่ยังคงค้างอยู่ให้จบลงอย่างสมบูรณ์ โดยเป้าหมายหลักคือการ "ปิดดีล" กับ 3 คู่ค้าสำคัญ ได้แก่ ไทย-สหภาพยุโรป (อียู), ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา โดยตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าต้องสรุปผลการเจรจาทั้งหมดให้ได้ภายในปีนี้ เพื่อสร้างแต้มต่อและกระจายความเสี่ยงให้ผู้ส่งออกไทย
"ในปี 2569 กรมจะเร่งผลักดันการเจรจา FTA ที่คงค้างสำคัญ ได้แก่ ไทย-อียู, ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา โดยตั้งเป้าสรุปผลให้ได้ภายในปีนี้ พร้อมเดินหน้าความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) เพื่อยกระดับภูมิภาคสู่ศูนย์กลางการค้าดิจิทัล"
นอกจาก FTA 3 ฉบับข้างต้นแล้ว ไทยยังเตรียมปิดดีลประวัติศาสตร์อย่าง ความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ซึ่งจะเป็นฉบับแรกของโลก โดยมีแผนจะลงนามร่วมกันในเดือนพฤศจิกายน 2569 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ เพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าการค้าไทยสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัว


