สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ลากหุ้นไทยดิ่ง 29.47 จุด ทองร่วงหนัก 3,050 บาท
SET ปิดเช้าร่วง 29.47 จุด รับแรงกดดันศึกตะวันออกกลาง หลังทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่านใน 48 ชม. ฉุดทองคำดิ่ง 3,050 บาท ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงาน-เกษตร ยังบวกสวนตลาด
KEY
POINTS
- สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยหลักที่สร้างแรงกดดันให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
- ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง 29.47 จุด จากแรงเทขายหุ้นขนาดใหญ่เพื่อลดความเสี่ยง
- ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงหนักถึง 3,050 บาท เมื่อเทียบกับราคาซื้อขายวันก่อนหน้า
ดัชนีตลาดหุ้นไทย วันนี้ (23 มี.ค.2569) ปิดช่วงเช้า เวลา 12.30 น. อยู่ที่ 1,403.52 จุด ปรับลดลง 29.47 จุด หรือลดลง 2.06% มูลค่าการซื้อขาย 33,934.25 ล้านบาท ระหว่างวันขึ้นไปทำระดับสูงสุด 1,409.81 จุด และลงไปต่ำสุดที่ 1,396.97 จุด
นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า SET ภาคเช้าเปิดย่อบริเวณ 1,400 จุด หรือลงประมาณ 2% ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาคและเป็นในทิศทางเดียวกัน โดยหุ้นกดดันดัชนีหลัก ๆ มี DELTA (น้ำหนัก 1 ใน 3 ของแรงกดดัน) และหุ้นใหญ่อื่น ๆ เช่น ADVANC,TRUE, AOT, GULF, CPN, CPALL, KTB, PTT, BDMS เป็นต้น สังเกตว่าเป็นการลงแบบกระจายกลุ่ม ปัจจัยกดดันหลักจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลางมีน้ำหนักสูง เพราะวันนี้จะเป็น Deadline ที่ทรัมป์วางไว้ 48 ชั่วโมง ทำให้นักลงทุนเลี่ยงความเสี่ยง
ส่วนหุ้นพลังงานต้นน้ำ PTTEP, BANPU และหุ้นได้อานิสงค์จาก Supply Disruption อย่าง PTTGC, IVL, KSL, STGT, STA บวกสวนตลาดเด่น
ขณะที่ภาคบ่ายนี้ ยังมองหากไม่มีประเด็นใหม่เข้ามา (ภาคบ่ายจะเข้าสู่ช่วงเช้าแถบตะวันออกกลาง) จะเห็นกรอบตลาด 1,390-1,420 จุด ปิดลบบาง ๆ เพราะคาดหวังว่าน่าจะมีแรงซื้อกลับเก็งกำไร ทำให้ปิดลบไม่มากเท่าตอนเปิด (ยกเว้นจะมีข่าวด่วนไม่คาดคิด)
หุ้นกลุ่มที่สามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย ยังมองเป็นกลุ่มเชื่อมโยงได้อานิสงค์จากสถานการณ์ แต่หุ้นอาจจะยังขึ้นน้อย/ลงตาม เช่น ถ่านหิน (BANPU) เรือ (RCL, PRM) กลุ่มเกษตร (BTG, TFG) เป็นต้น
นอกจากนี้ ระหว่างสัปดาห์คาดจะเห็นการเก็งนโยบายรัฐบาลใหม่ที่มีโอกาสตั้งได้เร็วกว่าที่ตลาดคาด (อาจจะภายใน 2 สัปดาห์นี้) ทำให้หุ้นกลุ่มเก็งนโยบายที่ดูมี Upside (ไม่ใช่นโยบายลักษณะประคอง) จะกลับมา Outperform เช่น นโยบาย Solar อย่าง GUNKUL นโยบายเร่งการลงทุน อย่าง WHA, AMATA เป็นต้น
เช่นเดียวกับ ราคาทองคำวันนี้ (23 มี.ค.2569) อัปเดตโดยสมาคมค้าทองคำ ประกาศล่าสุด เวลา 13.15 น. ราคาทองคำปรับจำนวน 37 ครั้ง ส่งผลให้ความเคลื่อนไหวราคาทองคำตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ โดยรวมปรับลดลงรวม 3,050 บาท เมื่อเทียบกับราคาซื้อขายเมื่อวานนี้ (21 มี.ค.2569)
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
- รับซื้อบาทละ 67,200.00 บาท
- ขายออกบาทละ 67,400.00 บาท
ราคาทองคำรูปพรรณ
- รับซื้อบาทละ 65,855.04 บาท
- ขายออกบาทละ 68,200.00 บาท
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
- 4,303.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
บทวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ระบุว่า ราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงการปรับตัวลงเพื่อหาฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง ขานรับสถานการณ์เครียดในตะวันออกกลางที่ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 โดยอิหร่านเตือนว่าจะจู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังนามของสหรัฐ และชาติพันธมิตรในภูมิภาค หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี ซึ่งเป็นการตอบโต้คำขู่ของ “ทรัมป์” ที่โพสต์ว่า จะถล่มโรงไฟฟ้าอิหร่าน หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซใน 48 ชั่วโมง
สถานการเหล่านี้ ทำให้ “โกลด์แมน แซคส์” ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เป็น 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วย มี.ค.-เม.ย. จากคาดการณ์ก่อนหน้า 95 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงเงินเฟ้อที่ไปกระทบการปรับลดดอกเบี้ยเฟด
กลยุทธ์การลงทุน
ราคาเข้าสู่สภาวะ Oversold พร้อมการก่อตัวของ Bullish Divergence ใน 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี หากไม่ผ่าน 4,536 ดอลลาร์สหรัฐ การปรับตัวลงยังไม่จบ แต่หากผ่าน 4,536 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมยกระดับสูงสุดได้ จะเริ่มสร้างมุมมองเข้าสู่การติดตัวในดีกรีใหญ่กว่า แต่หากระยะกลางไม่ผ่าน 4,998 ดอลลาร์สหรัฐ ยังมองว่าอาจเป็น “ดีดเพื่อลง”
เปิดสถานะขาย หากราคาติดไม่ผ่าน 4,536 ดอลลาร์สหรัฐ หากผ่าน 4,536 ดอลลาร์สหรัฐ ชะลอไปขายบริเวณ 4,671-4,780 ดอลลาร์สหรัฐ
ซื้อคืนสถานะขายเพื่อทำกำไร หากราคาไม่หลุด 4,319-4,276 ดอลลาร์สหรัฐ (ตัดขาดทุนหากราคาดีดผ่าน 4,780 ดอลลาร์สหรัฐ)


