เปิดข้อมูล “Webull” โบรกเกอร์สหรัฐในไทย หลังถูกโยงแหล่งฟอกเงิน
เปิดโปรไฟล์ Webull แพลตฟอร์มเทรดหุ้นสหรัฐ หลังถูกอ้างเป็นช่องทางพักเงินเครือข่ายฟอกเงินพันล้าน ทำตลาดในไทยตั้งแต่ปี 2565 ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต
จากคลิปที่ออกอากาศในรายการ ข่าว 3 มิติ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 นางสาวชนกนันท์ หรือ นิว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาระดับสั่งการในขบวนการ เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ยกระดับการฟอกเงินจาก "บัญชีม้า" สู่การใช้โครงสร้างตลาดทุนเป็นแหล่งพักเงิน
โดยคาดการณ์มูลค่าความเสียหายรวมในเครือข่ายสูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเธอเองได้ยอมรับกับชุดจับกุมของตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันว่า ได้ใช้ช่องทางการโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงผ่านแอปเทรดหุ้น Webull โดยไม่ได้เทรดหุ้นจริง
โพสต์ทูเดย์ พาทำความรู้จัก Webull โบรกเกอร์ที่ถูกอ้างชื่อถึง ซึ่งพบว่า Webull คือ โบรกเกอร์สหรัฐ ทำธุรกิจมาแล้วเกือบ 10 ปี ภายใต้การบริหารงานของ แอนโทนี เดเนียร์ ประธานกลุ่ม Webull Corporation และ CEO ของ Webull US บริษัทได้ ขยายธุรกิจไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐ
ปัจจุบัน วีบูลล์ให้บริการครอบคลุม 14 ประเทศทั่วอเมริกาเหนือ เอเชียแปซิฟิก ยุโรปและลาตินอเมริกา เช่น สิงคโปร์, ฮ่องกง, ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น พร้อมฐานผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 23 ล้านบัญชีทั่วโลก
วีบูลล์ เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ บริษัท หลักทรัพย์วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ในปี 2565 ในฐานะโบรกเกอร์สัญชาติสหรัฐรายแรก ในประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประเทศไทย มีทุนจดทะเบียน 1 พันล้านบาท
รายชื่อกรรมการ ประกอบด้วย
นายอันฉวน หวาง
นายแอนโทนี ไมเคิล เดเนียร์
นายชลเดช เขมะรัตนา
นายไฮเฉิน หวาง
นายเบนจามิน เวอร์ธี่ เจมส์
โดยมี ชลเดช เขมะรัตนา เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยตั้งเป้าผู้ใช้งานแตะ 1 ล้านคน และเปิดบัญชีลงทุนประมาณ 3 แสนบัญชี สอดรับกับเทรนด์การลงทุน “หุ้นนอก” ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนไทย ทั้งในด้านศักยภาพและอัตราผลตอบแทนที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่การลงทุนในหุ้นสหรัฐที่เคยเป็นเรื่องไกลตัวและมีขั้นตอนซับซ้อนสำหรับนักลงทุนไทยเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ “Webull” ทลายข้อจำกัด ด้วยการเป็นโบรกเกอร์สหรัฐรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศไทย ปัจจุบัน วีบูลล์เปิดโอกาสให้นักลงทุนในประเทศไทยสามารถลงทุนในหุ้นสหรัฐ, ETFs, ออปชัน และหุ้นเศษส่วนได้
บริการประกอบด้วย
1. ผลิตภัณฑ์การลงทุน (Products)
หุ้นไทย (Thai Stocks): ให้บริการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
หุ้นและสินทรัพย์สหรัฐฯ: นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ (US Stocks), ออปชันสหรัฐฯ (US Options) และ ETF สหรัฐฯ (US ETFs)
หุ้นฮ่องกงและจีน: มีบริการใหม่สำหรับเข้าถึงการลงทุนใน HK and China Stocks
2. ฟีเจอร์เด่นสำหรับการซื้อขาย (Features)
การซื้อขาย 24 ชั่วโมง (24-Hour Trading): ช่วยให้นักลงทุนสามารถทำรายการได้ต่อเนื่องในตลาดที่รองรับ
ระบบช่วยลงทุนอัตโนมัติ: มีฟีเจอร์การลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (Dollar-Cost Averaging - DCA) และการนำเงินปันผลไปลงทุนต่ออัตโนมัติ (Dividend Reinvestment)
เครื่องมือติดตามและวิเคราะห์: ประกอบด้วยระบบ Sage Tracker, ข้อมูลเชิงลึกระดับพรีเมียม (Next-level data) และเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงที่ชาญฉลาด
ดอกเบี้ยรายวัน (Daily Interest): บริการที่เกี่ยวข้องกับผลตอบแทนจากเงินสดในบัญชี
3. แพลตฟอร์มและการสนับสนุน (Platforms & Hub)
การเข้าถึงที่หลากหลาย: รองรับการใช้งานทั้งผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ (Mobile) และโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ (Desktop)
การลงทุนด้วยตนเอง: แพลตฟอร์มถูกออกแบบมาให้เป็นแบบ All-in-one สำหรับลูกค้าที่บริหารจัดการการลงทุนด้วยตนเอง (Self-directed)
สำหรับผลประกอบการ จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า
ปี 65
ยังไม่มีรายได้
ขาดทุน 6,639,776.82 บาท
ปี 66
รายได้ 3,662,287.00 บาท
ขาดทุน 12,671,709.00 บาท
ปี 67
รายได้ 8,293,780.00 บาท
ขาดทุน 105,393,542.00 บาท


