ย้อนสถิติ 8 เหตุการณ์ พบปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ไม่การันตีราคาทองพุ่ง
เปิดสถิติราคาทองย้อนหลัง 8 เหตุภูมิรัฐศาสตร์สำคัญของโลก พบราคาทองคำไม่ได้ตอบสนองเชิงบวกเท่านั้น มีหลายวิกฤตที่ราคาย่อลงก่อนพุ่งทะยาน YLG ชี้ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย-ป้องกันความเสี่ยง
KEY
POINTS
- จากสถิติ 8 เหตุการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในอดีต พบว่าราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวขึ้นเสมอไป และส่วนใหญ่มักเป็นการปรับขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น
- ในช่วงแรกของวิกฤต นักลงทุนมักเทขายสินทรัพย์รวมถึงทองคำเพื่อถือเงินสด ทำให้ราคาทองคำอาจไม่ปรับขึ้นทันที แต่จะกลับมาได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในภายหลัง
- YLG แนะไม่ควรใช้เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยเดียวในการตัดสินใจลงทุน แต่ควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ เช่น นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นหลัก
ข้อมูลสถิติราคาทองคำย้อนหลังใน 8 เหตุภูมิรัฐศาสตร์สำคัญของโลกตั้งแต่ปี 2000 พบการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
1.เหตุการณ์ 911 และเหตุการณ์ระเบิดในงานบอสตันมาราธอน: ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงถึง 7% ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนที่จะลดช่วงบวกลงในระยะถัดไป ๆ
2.สงครามอิรัก: ในระยะแรกราคาทองคำตอบสนองในเชิงลบเสียด้วยซ้ำ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นในอีก 2 เดือนถัดไป
3.เหตุการณ์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในอ่าวโอมานใกล้และโดรนสอดแนมของสหรัฐโดนยิง: ราคาทองคำปรับตัวเพียง 2% แค่ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนที่ราคาจะปรับตัวขึ้นแรงในระยะ 1 เดือนถัดไปแต่มาจากสาเหตุอื่นๆเป็นประเด็นหลัก อาทิ การที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ย, ความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ และสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ
4.เหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท Saudi Aramco: ราคาทองคำปรับตัวเพียง 2% แค่ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในเวลาต่อมา
5.เหตุการณ์ที่สหรัฐโจมตีทางการอากาศทำให้นายพลโซเลมานิของอิหร่านเสียชีวิต: ราคาทองคำปรับตัวเพียง 1% แค่ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ปรับตัวขึ้นแรงหลังจากนั้นจากปัจจัยอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบาดของ COVID-19 ซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลกผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างมาก
6.เหตุรัสเซียบุกยูเครน: ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงถึง 5% ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนที่จะลดช่วงบวกลงในช่วง 1 เดือนหลังจากนั้น และปรับตัวลงแรงจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวในเดือนมี.ค.ปีเดียวกันเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นแรงจากวิกฤติ COVID-19
7.สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านในปี 2025: ราคาทองคำแทบจะไม่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
8.สหรัฐฯ ปฏิบัติการโค่นผู้นำเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร เมื่อช่วงต้นปี 2026: ราคาตอบสนองเชิงบวกต่อเนื่อง แต่มาจากปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย อาทิ ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระเฟด และปธน.ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีกับประเทศที่คัดค้านการเข้ายึดกรีนแลนด์ กระตุ้นกระแส Sell America
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่แล้วราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจะปรับตัวขึ้นเมื่อมีสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ เกิดขึ้น รวมถึงเหตุขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ดี ราคาทองคำไม่ได้สอดคล้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองหรือเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์เสมอไป ในช่วงวิกฤตใหญ่หลายครั้ง ตลาดมักเห็นสินทรัพย์ส่วนใหญ่รวมถึงทองถูกขายลงพร้อมกัน เพราะนักลงทุนต้องการสภาพคล่องก่อน แต่หลังจากความตื่นตระหนกในช่วงแรกผ่านไป ตลาดมักเริ่มแยกแยะสินทรัพย์ที่ควรถือในระยะยาว และทองคำมักกลับมาได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
ดังนั้น ในระยะยาวไม่ควรตัดสินใจลงทุนโดยพิจารณาจากเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น เนื่องจากทองคำมักจะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในระยะสั้น การเข้าซื้อทองคำในทุกกรณีควรกำหนดจุดตัดขาดทุน (Cut loss) เพื่อจำกัดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และหากต้องการทำกำไรสามารถแบ่งทองคำออกขายทำกำไรเป็นระยะ
อีกทั้งต้องระมัดระวังการไล่ซื้อเมื่อทองคำตอบรับในเชิงบวกเพราะมีแนวโน้มจะเกิดการตอบรับเชิงบวกเพียงแค่ในระยะสั้นเท่านั้น และควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐและการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนกระทบเศรษฐกิจโลกจริง เช่น ราคาพลังงานสูงต่อเนื่อง ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มขึ้น หรือเกิดความผันผวนในตลาดการเงิน ทองคำมักกลับมาได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ดังนั้นในช่วงแรกทองอาจถูกกดจากดอลลาร์แข็ง แต่หากวิกฤตรุนแรงขึ้น ทองมีแนวโน้มกลับมาปรับขึ้นตามความเสี่ยงและเงินเฟ้อในระยะถัดไป
สำหรับเป้าหมายปีนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ระยะยาวยังเป็นขาขึ้น โดยประเมินไว้บริเวณ 5,596 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือ 84,000 บาทต่อบาททองคำ และ 5,824 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือ 87,500 บาทต่อบาททองคำตามลำดับ (คำนวนราคาทองคำในประเทศที่ค่าเงินบาท 31.66 บาทต่อดอลลาร์)


