KTC ผสานพลัง 3 เจน ปรับเกมการตลาดยุคดิจิทัล ดึง Gen Z-Y-X ครบวงจรสร้างโต
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ปรับกลยุทธ์แบรนด์รับพฤติกรรมดิจิทัล ชูพลัง Gen Z สร้างกระแส ผนึกกำลังซื้อ Gen Y และความมั่นใจ Gen X ยกระดับบัตรเครดิตสู่การเงินที่ใช้ง่ายและไว้ใจได้ทุกวัย
KEY
POINTS
- KTC ปรับกลยุทธ์การตลาดโดยผสานพลังของผู้บริโภค 3 เจเนอเรชัน (Gen Z, Y, X) แทนการมุ่งเน้นเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อสร้างการเติบโตของแบรนด์อย่างยั่งยืนในระยะยาว
- กำหนดบทบาทที่ชัดเจนของแต่ละกลุ่ม โดยมอง Gen Z เป็นผู้สร้างกระแสและมีอิทธิพลออนไลน์, Gen Y เป็นกำลังซื้อหลักในตลาดดิจิทัล และ Gen X เป็นผู้ตัดสินใจทางการเงินที่เน้นความมั่นคงปลอดภัย
- พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่ม เช่น ประสบการณ์ที่รวดเร็วบนมือถือสำหรับ Gen Z, สิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าสำหรับ Gen Y และมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ Gen X
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” สะท้อนภาพใหม่ของการทำตลาดในยุคดิจิทัลที่ไม่ได้ยึดโยงอยู่กับคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ตั้งอยู่บนความเข้าใจเชิงลึกต่อบทบาทของผู้บริโภคแต่ละเจเนอเรชันในระบบเศรษฐกิจยุคออนไลน์
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายสิบล้านคน และพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์รายสัปดาห์ที่อยู่ในระดับสูง ดิจิทัลจึงไม่ใช่เพียงช่องทางสื่อสาร หากแต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิตและการใช้จ่ายของคนไทยทุกวัย การตลาดที่มุ่งเน้นเพียงเสียงของคนรุ่นใหม่อาจสร้างกระแสได้รวดเร็ว แต่ไม่ได้การันตีพลังซื้อที่แท้จริง เคทีซีจึงเลือกวางหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ใหม่ ด้วยแนวคิดว่า
ความแข็งแรงของแบรนด์ในระยะยาวต้องเกิดจากการผสานพลังของทุกเจเนอเรชันอย่างสมดุล
ในมุมมองของเคทีซี โครงสร้างผู้บริโภคไทยปัจจุบันประกอบด้วย 3 บทบาทหลักที่เกื้อหนุนกันอย่างชัดเจน กลุ่มแรกคือ Gen Z วัย 14–29 ปี ซึ่งเติบโตมากับโลกโซเชียล มีความคล่องตัวด้านเทคโนโลยี และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อผ่านการสร้างคอนเทนต์ รีวิว และการบอกต่อในโลกออนไลน์ แม้กำลังซื้อโดยรวมอาจยังไม่สูงเท่าคนวัยทำงาน แต่บทบาทในฐานะ “ผู้สร้างกระแส” ทำให้เสียงของพวกเขาทรงพลังอย่างยิ่ง
กลุ่มที่สองคือ Gen Y วัย 30–45 ปี ซึ่งเป็นคนทำงานและกำลังสร้างครอบครัว ถือเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ โดยเฉพาะในตลาดอีคอมเมิร์ซและบริการดิจิทัล พวกเขามีรายได้ประจำ มีภาระค่าใช้จ่ายหลากหลาย และมองหาเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ Gen X วัย 46–61 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินใจทางการเงินของครอบครัว ให้ความสำคัญกับความมั่นคง ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะในภาวะที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อพฤติกรรมการใช้จ่ายเคลื่อนย้ายเข้าสู่สมาร์ทโฟนและแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือชำระเงิน แต่กลายเป็นกลไกสำคัญในการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ทั้งในมิติของการบริหารกระแสเงินสด การผ่อนชำระ และการสะสมสิทธิประโยชน์ ผู้บริโภคยุคใหม่คาดหวังผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ใช้งานง่าย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัยในทุกธุรกรรม
เคทีซีจึงกำหนดทิศทางการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด “3 บทบาทต้องเสริมกัน” โดยไม่เลือกโฟกัสเพียงเจเนอเรชันใดเจเนอเรชันหนึ่ง แต่พัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลของทุกวัยไปพร้อมกัน
สำหรับ Gen Z เคทีซีมุ่งสร้างประสบการณ์ที่เริ่มต้นได้ทันทีบนมือถือ ตั้งแต่การเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงขั้นตอนสมัครผ่านระบบ E-Application ที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ลดความซับซ้อนของกระบวนการให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความฉับไว
ขณะที่ Gen Y จะได้รับความคุ้มค่าและเครื่องมือช่วยบริหารภาระทางการเงินอย่างมีวินัย ผ่านสิทธิประโยชน์ที่สอดรับกับการใช้จ่ายประจำวันและการผ่อนชำระที่วางแผนได้ ส่วน Gen X จะได้รับความมั่นใจจากมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมและบริการหลังการขายที่เข้าถึงได้ง่าย ผ่านแอปพลิเคชัน “KTC Mobile” ซึ่งเปิดโอกาสให้สมาชิกตรวจสอบข้อมูล ทำรายการ และควบคุมการใช้จ่ายได้ด้วยตนเองทุกที่ทุกเวลา
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ใช้งาน เคทีซียังให้ความสำคัญกับการทำการตลาดแบบเซ็กเมนเทชันที่ละเอียดมากขึ้น เพื่อสื่อสารให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของแต่ละกลุ่ม พร้อมยกระดับระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยในทุกธุรกรรม เพื่อสร้างความไว้วางใจในระยะยาว กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนความเชื่อขององค์กรว่า
การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการไล่ตามกระแสเพียงชั่วคราว แต่เกิดจากการทำให้เสียงของ Gen Z พลังซื้อของ Gen Y และความมั่นคงของ Gen X ทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว
ท้ายที่สุด เคทีซีมองว่าการตลาดยุคใหม่ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อช่วงชิงความสนใจจากคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง หากแต่เป็นศิลปะของการออกแบบประสบการณ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย เมื่อผู้บริโภครู้สึกว่าเครื่องมือทางการเงิน “ใช้ง่ายและไว้ใจได้” การรับรู้แบรนด์ก็จะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นการใช้งานจริง และพัฒนาไปสู่ความผูกพันระยะยาว ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดเพียงยอดสมัครใหม่ในระยะสั้น แต่คือความเชื่อมั่นที่เติบโตไปพร้อมกับชีวิตดิจิทัลของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันในอนาคต


