ท่องเที่ยวไทยบนจุดเปลี่ยนใหญ่ TTF 2026 เตือนเร่งปรับกลยุทธ์ สู้คู่แข่งอาเซียน
ผู้นำอุตสาหกรรมชี้ไทยเสี่ยงเสียผู้นำท่องเที่ยวเอเชีย หากไม่เร่งกระจายปลายทาง พัฒนาประสบการณ์ใหม่ และรับมือการแข่งขันจากเวียดนามและภูมิภาค
KEY
POINTS
- อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญและเสี่ยงสูญเสียความเป็นผู้นำในภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเวียดนามที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากการลงทุนเชิงรุกในโครงสร้างพื้นฐาน
- เวที TTF 2026 เตือนว่าไทยไม่สามารถพึ่งพาความสำเร็จในอดีตได้อีกต่อไป และจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านปริมาณนักท่องเที่ยวไปสู่การวาง "กลยุทธ์เชิงคุณภาพ" ที่เน้นสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง
- แนวทางสำคัญในการปรับตัวคือการกระจายการพัฒนาไปยังเมืองรองที่มีศักยภาพเพื่อลดความแออัด และส่งเสริมการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เน้นคุณค่าทางวัฒนธรรมและความยั่งยืน
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังยืนอยู่บน “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ เมื่อโลกการเดินทางกำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในมิติพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และการแข่งขันระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ในอดีตประเทศไทยเคยครองสถานะผู้นำด้านการท่องเที่ยวระดับโลกมาอย่างยาวนาน แต่ในปี 2568 ภาพความได้เปรียบดังกล่าวเริ่มสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงถึง 7.2%
ขณะที่เวียดนามกลับเติบโตแรงถึง 20.4% จากแรงหนุนของตลาดจีน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชิงรุก และยุทธศาสตร์การเชื่อมต่อการเดินทางแบบครบวงจร ความแตกต่างของอัตราการเติบโตนี้ไม่เพียงสะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่ยังบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่ไทยอาจค่อย ๆ สูญเสียบทบาทผู้นำในตลาดท่องเที่ยวเอเชีย หากไม่เร่งปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง
ในขณะที่เวียดนามเดินหน้าลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งแผนสร้างสนามบินใหม่กว่า 12 แห่ง โครงการรถไฟความเร็วสูง และการพัฒนาโรงแรมและรีสอร์ตเชิงรุกในหลายเมือง ยุทธศาสตร์ระยะยาวดังกล่าวกำลังเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศคู่แข่งไม่ได้แข่งขันเพียงด้านปริมาณนักท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่ขยับสู่การแข่งขันเชิงคุณภาพ ประสบการณ์ และการวางตำแหน่งทางการตลาดระดับโลก สิ่งนี้ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาความสำเร็จในอดีตได้อีกแล้ว และจำเป็นต้องตอบคำถามสำคัญว่า
“บทบาทใหม่ของไทยในแผนที่การท่องเที่ยวโลก” ควรเป็นอย่างไรในทศวรรษหน้า
เวที Thailand Tourism Forum 2026 หรือ TTF 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 โดย C9 Hotelworks ภายใต้ธีม “A World of Change” จึงสะท้อนภาพการถกเถียงเชิงลึกของผู้นำอุตสาหกรรมกว่า 1,000 คนที่มารวมตัวกัน ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ เวทีแห่งนี้ไม่ใช่เพียงพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล แต่กลายเป็นพื้นที่ตั้งคำถามต่ออนาคตของการท่องเที่ยวไทยอย่างตรงไปตรงมา
บิล บาร์เนตต์ กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks ชี้ชัดว่า "อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังอยู่บน “จุดตัดสินเชิงกลยุทธ์” ซึ่งกลยุทธ์นั้นสำคัญกว่าการแข่งขันกันที่ขนาด ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงฟื้นตัว (หลังโควิด) อีกต่อไป แต่เป็นช่วงชี้ชะตาทิศทางประเทศ เพราะประเทศคู่แข่งกำลังทุ่มลงทุนมหาศาลอย่างเป็นระบบ การตัดสินใจในวันนี้จะกำหนดทิศทางอีกสิบปีข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
ทั้งนี้ แม้แรงกดดันจะเพิ่มสูง แต่ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งเชิงโครงสร้างที่หลายประเทศยากจะเลียนแบบ ทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาหาร ผู้คน ธรรมชาติ และภาพลักษณ์การบริการระดับโลก นักลงทุนจำนวนมากยังมองไทยเป็นปลายทางที่มีเสน่ห์ทั้งในมิติท่องเที่ยวและการอยู่อาศัยระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการขาด “พลังผู้ประกอบการรุ่นใหม่” ที่จะสามารถสร้างสินค้าและประสบการณ์รูปแบบใหม่ซึ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวโลกยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ความเฉพาะตัว และคุณค่าทางวัฒนธรรมมากกว่าการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ
ในมุมของนักลงทุน ภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วม และหัวหน้าฝ่าย Central Group Capital มองภาพอนาคตด้วยความเชื่อมั่นอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนระดับโลกจากภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น เขายังคงเชื่อในศักยภาพเชิงลึกของประเทศไทย โดยเฉพาะ “ความลึกเชิงวัฒนธรรม” และ “ความหลากหลายเชิงพื้นที่” ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์มูลค่าสูงได้อีกมาก หากมีการออกแบบเชิงกลยุทธ์อย่างเหมาะสม
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างชัดเจนในเวทีนี้ คือความจำเป็นในการ “กระจายปลายทาง” และลดการพึ่งพาจุดหมายเดิมที่เรียกว่า “บิ๊กไฟว์” ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย พัทยา และเชียงใหม่ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาความแออัด สิ่งแวดล้อม และความอิ่มตัวเชิงประสบการณ์ ภูมิเน้นย้ำว่าประเทศไทยควรมองไกลออกไปยังพื้นที่ใหม่ที่ยังไม่ถูกพัฒนาเต็มศักยภาพ เช่น ภาคอีสานที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของผู้คน อาหาร และวัฒนธรรมท้องถิ่น หรือจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีแนวชายฝั่งธรรมชาติยาวหลายร้อยกิโลเมตรซึ่งยังคงความบริสุทธิ์และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างสูง
โดยนายภูมิได้ยังได้กล่าวถึง แผนการพัฒนาในอนาคตว่า เมืองรองและเมืองอื่นๆ ของไทยยังมีอีกมากมายหลายแห่งที่ยังคงมีเสน่ห์ น่าค้นหา แต่ยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ เป็นเป้าหมายสำคัญที่พร้อมจะได้รับการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในอนาคต
ทั้งนี้ การกระจายการพัฒนาเชิงพื้นที่เช่นนี้ไม่เพียงช่วยลดความแออัดในเมืองท่องเที่ยวหลัก แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้าง “การท่องเที่ยวฐานราก” ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชน และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายที่มีความหลากหลายเชิงประสบการณ์อย่างแท้จริง ตั้งแต่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สุขภาพ อาหาร ธรรมชาติ ไปจนถึงการอยู่อาศัยระยะยาวสำหรับตลาดคุณภาพ
ในภาพรวม เวที TTF 2026 สะท้อนชัดว่าอนาคตของการท่องเที่ยวไทยจะไม่ถูกกำหนดด้วยจำนวนเที่ยวบินหรือจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
หากแต่ขึ้นอยู่กับ “คุณภาพของกลยุทธ์” การออกแบบประสบการณ์ใหม่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างชาญฉลาด และความสามารถในการสร้างคุณค่าเชิงวัฒนธรรมให้แตกต่างจากคู่แข่งในภูมิภาค ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทุกปี ประเทศไทยยังมีโอกาสรักษาความเป็นผู้นำในเอเชีย–แปซิฟิกได้ หากสามารถเปลี่ยนจุดแข็งดั้งเดิมให้กลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในโลกการท่องเที่ยวยุคใหม่อย่างแท้จริง


