ทรัมป์เขย่าโลก “พิชัย” เตือนไทยต้องเร่งแก้โครงสร้าง–ไม่ตกขบวนเทคโนโลยี
“พิชัย“ ห่วง สถานการณ์โลกผันผวนหนัก อาจนำไปสู่สงครามที่รุนแรง ชี้ ไทยมีปัญหาโครงสร้างเร่งแก้ไข แนะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาประยุกต์ใช้หนีตกขบวน
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาในงาน International Conference on Politics Business and Sustainable Development (ICPBS 2026) จัดที่ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นนักวิชาการชาวต่างประเทศเกือบทั้งหมด ว่า ความผันผวนในสภาวะการเมืองของโลกเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นปี ซ้ำเติมจากภาวะผันผวนเดิมจากปีที่แล้วที่มีปัญหาภาษีทรัมป์, รัสเซีย-ยูเครน, จีน-ไต้หวัน (โดยมีญี่ปุ่นร่วมผสมโรง) เหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านที่มีคนตายแล้วเป็นจำนวนมาก รวมถึง ความขัดแย้งระหว่าง ไทย-กัมพูชา ฯลฯ
และยิ่งทำให้ความผันผวนเพิ่มมากขึ้น จากการที่สหรัฐส่งทหารเข้าจับตัวผู้นำเวเนซุเอลาและภรรยากลับไปดำเนินคดีในสหรัฐ และ ต่อมามีการข่มขู่ว่าจะยึดเกาะกรีนแลนด์ ถ้าหากสหรัฐซื้อกรีนแลนด์จากเดนมาร์กไม่ได้ ทำให้ประเทศสมาชิกนาโต้ออกมาช่วยกันปกป้องเดนมาร์ก ซึ่งสร้างความสั่นสะเทือนถึงความมั่นคงในสมาชิกของนาโต้ ที่อาจจะพังทลายลงได้ และสหรัฐประกาศขึ้นภาษีแก่ประเทศในนาโต้ที่ออกมาปกป้องเดนมาร์กแล้ว
อีกทั้งเหตุการณ์ในอิหร่านยิ่งทวีความรุนแรง เชื่อกันว่ามีคนตายแล้วกว่า 12,000 คน และมีโอกาสสูงที่สหรัฐอาจจะเข้าแทรกแซงได้ นอกจากนี้ จีนอาจจะใช้ข้ออ้างแบบสหรัฐถึงโอกาสบุกยึดไต้หวันได้ (หวังว่าคงไม่เกิด) และ นายกฯญี่ปุ่น นางทากาอิชิ อาศัยความนิยมที่เพิ่มสูงมากถึง 75-78% หลังจากญี่ปุ่นประกาศปกป้องไต้หวัน ได้ประกาศจะยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ และปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชาแม้ดูเหมือนจะสงบแล้ว แต่ก็อาจจะประทุขึ้นมาใหม่ได้
ทั้งนี้พบว่าผู้นำของประเทศต่างๆ อาศัยความขัดแย้งเพื่อสร้างความนิยมให้กับตัวเอง และ พรรคการเมืองของตน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงว่าสถานการณ์อาจนำไปสู่การก่อสงครามที่ขยายวงกว้างขึ้นซึ่งหวังว่าคงไม่เกิด และขอให้ใช้เวทีนี้ในการเรียกร้องให้นานาชาติช่วยกันลดความขัดแย้งอย่านำไปสู่การใช้กำลังทหาร หรือสงครามที่รุนแรงมากขึ้น และขอให้เกิดสันติภาพ
สำหรับประเทศในอาเซียน ปัญหาความไม่สงบในเมียนมาร์ที่ยังหาทางสงบไม่ได้ แม้รัฐบาลทหารพม่าจะชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย แต่นานาชาติก็ทราบดีว่าเป็นเพียงการจัดตั้ง ซึ่งจะไม่ทำให้ประเทศเมียนมาร์สงบ และ สถานการณ์ระหว่างไทย และ กัมพูชา ก็ถูกนำมาเป็นการสร้างความนิยมให้พรรคการเมืองที่กำลังจะเลือกตั้งด้วย ซึ่งหวังว่าในที่สุดแล้วไทยและกัมพูชาจะสามารถหาข้อยุติในความขัดแย้งได้
สถานการณ์ การเมือง เศรษฐกิจ และ ความยั่งยืนของประเทศไทย เป็นปัญหาที่สะสมมายาวนาน จากภาวะผันผวนของการเมืองไทยที่มีปัญหามากว่า 10 ปีแล้ว ตนเองได้เตือนมาตลอดถึงภาวะกบต้ม และ เตือนอีกว่า “ประเทศไทยโชคร้ายที่มีปัญหาทางการเมืองในขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
การที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำมาตลอดจีดีพี่ขยายได้เฉลี่ยเพียง 1.9% เท่านั้นในช่วง 2014-2023 โดยการลงทุนหดหาย ส่งผลให้การส่งออกขยายตัวต่ำมาก หนี้สินของประชาชนเพิ่มมากขึ้นจากรายจ่ายที่สูงขึ้นแต่รายได้ไม่เพิ่ม และ ธุรกิจจำนวนมากมีหนี้ค้างสูงจากการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ต่ำมาซ้ำเติมด้วยวิกฤติโควิด
ทำให้ไทยประสบปัญหาทางโครงสร้างหลายด้านเช่น
- ปัญหาติดกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งหากจะก้าวเป็นประเทศรายได้สูงได้เศรษฐกิจไทยต้องขยายมากกว่านี้มาก
- ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ มีคนอายุเกิน 60 ปีมากกว่า 20% ของประชากร และ มีอัตราการตายสูงกว่าอัตราเกิด ประชากรเริ่มลดลง
- ปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ประมาณ 87-88% ของ จีดีพี ซึ่งถ้าไม่แก้ไขจะไม่สามารถเดินหน้าได้
- ประสิทธิภาพแรงงานต่ำ และไม่มีการพัฒนาคิดค้นเรื่องใหม่ๆ ทั้งนี่สืบเรื่องมาจากการศึกษาที่ด้อยคุณภาพ ไม่ตรงกับทิศทางของประเทศ
- ช่องว่างระหว่างคนจนคนรวยสูงมาก คน 1% ถือครองทรัพย์สิน 67% ของทั้งประเทศ
- เศรษฐกิจขึ้นกับการส่งออกและการท่องเที่ยว เพราะการบริโภคภายในต่ำจากหนี้ครัวเรือนที่สูง
- ระบบราชการที่มีประสิทธิภาพต่ำและมีขนาดใหญ่ ซึ่งทั้งโลกต้องมีขนาดเล็กและมีประสิทธิภาพ
- มีสินค้าที่เป็นแชมเปี้ยนน้อยไป และไม่มียี่ห้อของตัวเอง
- การคอรัปชั่น ซึ่งกัดกินเศรษฐกิจไทย และ ล่าสุดปัญหา สแกมเมอร์ ที่เอกชนเรียกร้องกันมาก
ประเทศไทยต้องเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยทางแก้ไข ไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วดังใจ แต่ก็ต้องเร่งทำเพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ก่อนที่ไทยจะล้าสมัยและตกยุคถ้ายังขยายตัวตำแบบนี้ไปอีกหลายปี ทั้งนี้ประเทศไทยต้องหันมาพึ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการนำพาประเทศให้หลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลางเป็นประเทศรายได้สูงได้
ตามหลักการสากล การที่จะเพิ่มจีดีพี เพื่อเป็นประเทศรายได้สูงได้ ต้องเพิ่มการส่งออก การลงทุนและการท่องเที่ยว การส่งออกและการลงทุนมีความสัมพันธ์กันโดยตรง โดยการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Semiconductor, PCB, Data Center, Ai, EV, Clean energy, Electronics etc.
ทั้งนี้ตนเองเป็นผู้ชักชวนให้นักลงทุนต่างประเทศมาลงทุนในอุตสาหกรรม PCB ตั้งแต่ต้นปี 2024 จนปัจจุบันมีการลงทุนใน PCB ในไทยอย่างมาก จนไทยอาจจะเป็นผู้ผลิตใหญ่สุด โดยล่าสุด BOI อนุมัติ บริษัท ZTD ที่ผลิต PCB รายใหญ่ของโลก ที่จะลงทุนในไทยกว่า 65,000 บาทแล้ว
หวังว่าจะมี Cluster ของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์เข้ามาเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี่ตนเองยังได้เข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจ Data Center และ Ai โดยมี GPU , TPU เพื่อให้ไทยเป็นศุนย์กลางของภูมิภาคนี้
จากการศึกษาพบว่า Data Center และ Ai ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในสหรัฐและจีน จะเป็นทางออกของเศรษฐกิจไทยและไทยต้องเร่งพัฒนาในเรื่องนี้ตามประเทศผู้นำเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยแก้ปัญหาที่เป็นอยู่และพัฒนาต่อไปอย่างรวดเร็วจนสามารถเป็นประเทศรายได้สูงได้ ไทยได้ตกขบวน E- commerce และ Unicorn ในช่วงแรกมาแล้ว ทำให้เศรษฐกิจไทยไม่ขยายเท่าที่ควร
ดังนั้นเราจะตกขบวน Data Center และ Ai อีกไม่ได้ ตนเองเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากไทยพัฒนาในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไทยจะกลับมาเข้มแข็งทั้งการเมือง ธุรกิจ และ การพัฒนาอย่างยั่งยืน


