เอกนิติ รับลูกนายกฯ สั่งคมนาคม-กรมบัญชีกลาง เดินหน้าเลิกยก 2 สัญญาอิตาเลียนไทย
เอกนิติ รองนายกฯ และรมว.คลัง เผยสั่งคมนาคมหารือกรมบัญชีกลาง เร่งบอกเลิกสัญญาอิตาเลียนไทย 2 สัญญา จากเหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟ สกัดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่น
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีสั่งยกเลิก 2 สัญญากับบริษัทอิตาเลียนไทยฯ (ITD) จากเหตุเครนก่อสร้างถล่ม โดยนายเอกนิติ รมว.คลัง ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและกรมบัญชีกลางดำเนินการแล้ว
- กระทรวงคมนาคมในฐานะเจ้าของโครงการจะหารือกับกรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณารายละเอียดและขั้นตอนการบอกเลิกสัญญาตามข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ
- นอกจากการเลิกสัญญา จะมีการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายและเสนอขึ้นบัญชีดำบริษัทผู้รับเหมา เพื่อยกระดับความปลอดภัยในโครงการภาครัฐ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายหลังที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้ดำเนินการยกเลิกสัญญาบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ซึ่งเป็นผู้รับจ้างจำนวน 2 สัญญา พร้อมพิจารณาขึ้นบัญชีดำและดำเนินคดีตามกฎหมาย จากเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบและหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการ เพื่อพิจารณารายละเอียดและขั้นตอนตามเงื่อนไขในสัญญาอย่างรอบคอบ
“เมื่อวานนี้(16 ม.ค.2569) ผมได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและกรมบัญชีกลางไปหารือกัน เนื่องจากกระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าของโครงการนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามระเบียบของกรมบัญชีกลางและข้อกำหนดในสัญญาอย่างรอบคอบ” นายเอกนิติ กล่าว
ด้าน นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กรมบัญชีกลางเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐเข้มงวดตรวจสอบการปฏิบัติตามสัญญาของผู้รับเหมา เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน
ส่วนการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา ตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐฯ กรมบัญชีกลางมีอำนาจประกาศรายชื่อผู้ทิ้งงานภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด แต่ต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานเจ้าของโครงการซึ่งเป็นคู่สัญญาเป็นผู้เสนอเรื่องมายังกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกล่าวไม่สามารถดำเนินการเองได้เองพลการ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีหน่วยงานรัฐเสนอขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาจากกรณีอุบัติเหตุรุนแรงหรือมีผู้เสียชีวิต โดยเรื่องที่ถูกเสนอส่วนใหญ่เป็นกรณีทิ้งงานหรือไม่เข้าลงนามในสัญญา ทั้งที่ตามมาตรา 109 ของกฎหมาย เปิดช่องให้หน่วยงานสามารถสั่งทิ้งงานได้ หากผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งครอบคลุมทั้งประเด็นความปลอดภัยและการจ้างเหมาช่วง หากมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ในสัญญา ทั้งนี้ หากหน่วยงานระบุเงื่อนไขด้านความปลอดภัยไว้อย่างชัดเจน และผู้รับเหมาฝ่าฝืนจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ก็สามารถใช้เป็นเหตุเสนอขึ้นบัญชีดำได้ทันที
สำหรับ การพิจารณาบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมาใน 2 สัญญา ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยไม่ต้องการให้โครงการดังกล่าวสร้างอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไป จึงจำเป็นต้องหยุดวงจรปัญหาด้วยการเลิกสัญญา เพื่อยุติวัฏจักรปัญหาอย่างชัดเจน
ส่วน การขึ้นบัญชีดำ จะมีการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายและขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา อันเป็นผลต่อเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งได้หารือและรับคำแนะนำทางกฎหมายจากอัยการสูงสุดและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยืนยันจะยกระดับการกำกับดูแลผู้รับเหมา และใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้รับจ้างที่มีปัญหาซ้ำซ้อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อโครงการภาครัฐในอนาคต


