ภาคการผลิตเอเชียฟื้นตัวรับปี 69 อานิสงส์ AI ดันยอดส่งออกพุ่ง
ภาคการผลิตเอเชียส่งท้ายปี 2568 อย่างแข็งแกร่ง หลายเขตเศรษฐกิจหลักกลับมาขยายตัวอีกครั้ง นำโดยเกาหลีใต้และไต้หวัน ที่ได้รับแรงหนุนจาก อานิสงส์ AI ดันยอดส่งออกพุ่ง
มหาอำนาจทางเศรษฐกิจและ ภาคการผลิตเอเชีย ปิดฉากปี 2568 ได้อย่างสวยงาม โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายประเทศหลักกลับมาขยายตัวอย่างชัดเจน ปัจจัยบวกหลักๆมาจากยอดคำสั่งซื้อสินค้าส่งออกที่กระเตื้องขึ้น ขานรับกระแสความต้องการ เทคโนโลยี AI ที่ร้อนแรงทั่วโลก
ข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ล่าสุดจาก S&P Global ที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (2 ม.ค.) ระบุว่า กิจกรรมโรงงานในประเทศผู้ส่งออกเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง เกาหลีใต้ และ ไต้หวัน สามารถยุติวงจรขาลงที่ยาวนานและกลับมาฟื้นตัวได้ในเดือนธันวาคม ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูล ดัชนี PMI ของจีนที่ประกาศไปเมื่อวันอังคาร ซึ่งแสดงให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคการผลิตในเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกที่กลับมาคึกคักเกินคาด จากแรงหนุนของคำสั่งซื้อที่หลั่งไหลเข้ามาก่อนช่วงวันหยุดยาว
แนวโน้มเศรษฐกิจ 69 ความหวังใหม่จากอุปสงค์โลก
แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าผู้ส่งออกรายใหญ่ของเอเชียสามารถปรับตัวรับมือกับนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ได้ทั้งหมด แต่การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดโลกได้จุดประกายความหวังให้กับผู้ผลิตในการก้าวเข้าสู่ ปี 2569
"ตัวเลข ยอดส่งออก ของหลายประเทศพุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เรามองว่าแนวโน้มระยะสั้นของภาคการผลิตเพื่อการส่งออกในเอเชียยังคงสดใส โดยได้รับประโยชน์จากการที่สหรัฐฯ หันมานำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นในเอเชียทดแทนจีน รวมถึงความต้องการฮาร์ดแวร์ด้าน AI ที่ยังแข็งแกร่งทั่วโลก" - Shivaan Tandon นักเศรษฐศาสตร์ภูมิภาคเอเชียจาก Capital Economics
"ไต้หวัน-เกาหลีใต้" รับโชคชิป AI บูม
จุดที่น่าสนใจที่สุดอยู่ที่ ไต้หวัน ซึ่งดัชนี PMI ในเดือนธันวาคมปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50.9 (จาก 48.8 ในเดือนพฤศจิกายน) ทะลุระดับ 50 จุดซึ่งเป็นเกณฑ์แบ่งระหว่างการขยายตัวและการหดตัวได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน
"ภาคการผลิตไต้หวันปิดปี 2568 บนจุดสูงสุดใหม่ (High Note) บริษัทต่างๆ ส่งสัญญาณเพิ่มกำลังการผลิตและมีธุรกิจใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอุปสงค์ที่เริ่มแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังพบสัญญาณว่าผู้ประกอบการคาดการณ์ว่าการฟื้นตัวจะต่อเนื่องไปถึงปี 2569 โดยเริ่มมีการสะสมสินค้าคงคลังและแสดงความเชื่อมั่นต่อยอดผลผลิตในอนาคตมากขึ้น" - Annabel Fiddes ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของ S&P Global Market Intelligence
สถานการณ์ใน เกาหลีใต้ ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยดัชนี PMI ขยับขึ้นสู่ระดับ 50.1 (จาก 49.4) ซึ่งเป็นการขยายตัวครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศถือเป็นฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากตลาด เทคโนโลยี AI
ผลสำรวจ PMI ของเกาหลีใต้ยังชี้ให้เห็นว่า ยอดคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2567 โดย Usamah Bhatti นักเศรษฐศาสตร์จาก S&P Global Market Intelligence เสริมว่า
"การเปิดตัวสินค้าใหม่และอุปสงค์จากต่างประเทศที่ดีขึ้น เป็นตัวขับเคลื่อนยอดขาย ในขณะที่ความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจก็พุ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 กระตุ้นให้บริษัทต่างๆ กล้าจ้างงานเพิ่มและสั่งซื้อวัตถุดิบ"
นอกจากนี้ ข้อมูลทางการที่เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดียังยืนยันว่า ยอดส่งออก ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดทิศทางการค้าโลก ทำตัวเลขได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ในเดือนธันวาคม
เจาะลึกอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ
สำหรับพื้นที่อื่นๆ ในเอเชีย กิจกรรมโรงงานส่วนใหญ่ยังคงขยายตัว แม้ว่าอินโดนีเซียและเวียดนามจะมีการชะลอตัวลงเล็กน้อย ส่วนทางด้านอินเดีย แม้กิจกรรมภาคการผลิตจะชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี แต่ก็ยังถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
ทางด้านสิงคโปร์ ได้รายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2568 ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 4.8% (จาก 4.4% ในปี 2567) โดยตัวเลขการเติบโตรายไตรมาสก็ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน
ทั้งนี้ S&P Global มีกำหนดจะเปิดเผยดัชนี PMI ของญี่ปุ่นในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายในการประเมินภาพรวม ภาคการผลิตเอเชีย อย่างสมบูรณ์
อ้างอิง: Reuters


