คมนาคม จ่อชง ครม. เคาะรถไฟฟ้า 40 บ. สายม่วง–แดง 26 พ.ย.นี้ เริ่มใช้ 1 ธ.ค. 68
คมนาคม เตรียมนำมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดสาย สายสีม่วงและสายสีแดง ให้ครม.พิจารณาเห็นชอบ ในวันที่ 26 พ.ย.นี้ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้ได้ภายในเดือนธ.ค.นี้
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ ครม. พิจารณานโยบายค่าโดยสาร 40 บาทสำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดงในวันที่ 26 พ.ย. นี้
- นโยบายดังกล่าวจะเป็นรูปแบบ "ตั๋ววัน" ใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยว โดยตั้งเป้าให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
- มาตรการนี้จะใช้เป็นเวลา 1 ปี เพื่อทดแทนโครงการ 20 บาทตลอดสายที่สิ้นสุดลง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระเงินอุดหนุนของภาครัฐ
แหล่งข่าวกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายนนี้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ นโยบายค่าโดยสาร 40 บาทตลอดสาย สำหรับรถไฟฟ้า สายสีม่วงและสายสีแดง โดยตั้งเป้าให้ประชาชนเริ่มใช้บริการได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
โดย มาตรการดังกล่าวอยู่ในรูปแบบ “ตั๋ววัน” กำหนดให้ใช้ได้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดงเท่านั้น ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวภายในวันเดียว และไม่จำกัดจำนวนจำนวนคนที่ใช้บัตรโดยสาร โดยไม่ต้องลงทะเบียนใด ๆ เพิ่มเติม ยังคงใช้ระบบเดิมได้ต่อเนื่อง
มาตรการอัตราค่าโดยสาย 40 บาทตลอดสายนี้ จะรับช่วงจากโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่สิ้นสุดปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 - 30 พฤศจิกายน 2569 รวมระยะเวลา 1 ปี ตามข้อจำกัดของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่กำหนดให้ต้องอนุมัติเป็นรายปี หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะดำเนินการปรับแก้สัญญาที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งการกำหนดอัตราค่าโดยสารเหมาจ่ายรายวัน 40 บาทมีเป้าหมายเพื่อลดภาระเงินอุดหนุนของรัฐ
“กระทรวงคมนาคมได้นำตัวเลขเข้าสู่การประชุม และมีการถกเถียงว่าเพดาน 40 บาทจะช่วยลดภาระขาดทุนได้ โดยเจ้าหน้าที่ชี้ว่า หากเป็นตั๋ววัน ผู้ที่เดินทางไม่ครบเที่ยว เช่น ไปเพียงขาเดียว อาจไม่เลือกใช้เพราะไม่คุ้ม ขณะที่ผู้ที่เดินทางหลายรอบหรือไป-กลับยังคงได้ประโยชน์ ทำให้ภาระขาดทุนลดลง ซึ่งเป็นเหตุผลที่กระทรวงการคลังเห็นชอบให้เดินหน้าโครงการนี้” แหล่งข่าว กล่าว
สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการอุดหนุนค่าโดยสารเฉพาะสองสายนี้ จะลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับโครงการ 20 บาทตลอดสาย ที่ต้องใช้งบประมาณรวมทั้งหมดราว 7,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากโครงการจำกัดขอบเขตเหลือเพียงแค่ 2 สาย ทำให้งบประมาณลดลง ซึ่งการดำเนินการนี้จะถูกบรรจุในงบประมาณปี 2569
แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า สำหรับเส้นทางอื่น เช่น สายสีเขียว อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลังซึ่งกำลังตรวจสัญญาและแนวทางแก้ไข เพื่อวางกรอบการบริหารจัดการค่าโดยสารร่วมในระยะยาว โดยเป้าหมายหลักยังคงเป็นการ “ซื้อคืนสัมปทาน” เพื่อให้สามารถคุมต้นทุน และกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมได้ทั่วทั้งระบบ
"แนวทางการซื้อคืนอาจใช้งบประมาณผสมหลายแหล่ง เช่น งบภาครัฐ รายได้ของ รฟม. หรือการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) โดยเบื้องต้นประเมินว่าการซื้อคืนสัมปทานทุกเส้นทางอาจต้องใช้งบรวมสูงถึงระดับ แสนล้านบาท” แหล่งข่าวกล่าว


