คลัง เผยสรรพากรจ่อรายงานคดีภาษีหุ้นชินฯ 1.76 หมื่นล.-อสส.สืบทรัพย์ได้แม้อยู่ตปท.
ลวรณ ปลัดคลังเผย สรรพากรเตรียมรายงานแนวทางเก็บภาษีคดีภาษีหุ้น ชิน คอร์ปอเรชั่น 1.76 หมื่นล้าน ชี้อัยการสูงสุดมีอำนาจสืบทรัพย์แม้อยู่ต่างประเทศ
KEY
POINTS
- กรมสรรพากรเตรียมรายงานแนวทางดำเนินการคดีภาษีหุ้นชินคอร์ปมูลค่า 1.76 หมื่นล้านบาทต่อกระทรวงการคลัง
- กระบวนการจะเริ่มจากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ทำหน้าที่สืบทรัพย์ ก่อนส่งต่อให้กรมบังคับคดีและกรมสรรพากรดำเนินการจัดเก็บภาษี
- ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่า อสส. มีอำนาจและกลไกตามกฎหมายในการสืบทรัพย์สินได้แม้จะอยู่ต่างประเทศ
วันนี้ (18 พฤศจิกายน 2568) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าหลังศาลฎีกามีคำพิพากษากลับในคดีภาษีการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่า 1.76 หมื่นล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะโจทก์ โดยระบุว่า กรมสรรพากรจะเข้ารายงานแนวทางดำเนินการต่อตนภายในวันนี้ ก่อนเดินหน้าตามกระบวนการตามกฎหมายอย่างครบถ้วนและเคร่งครัด
นายลวรณ ระบุว่า หลังคำพิพากษาศาลฎีกา ขั้นตอนปฏิบัติจะเริ่มจากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ทำหน้าที่สืบทรัพย์ จากนั้นจะส่งต่อให้กรมบังคับคดีดำเนินการตามกระบวนการบังคับคดี และสุดท้ายจึงเข้าสู่การดำเนินงานของกรมสรรพากรในการจัดเก็บภาษี พร้อมย้ำว่า กรมสรรพากรมีประสบการณ์และแนวปฏิบัติในคดีภาษีลักษณะนี้เป็นจำนวนมาก
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าคดีที่มีมูลค่าสูงถึง 1.76 หมื่นล้านบาท จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจหรือไม่ นายลวรณระบุว่า ต้องรอรับฟังรายงานจากกรมสรรพากรก่อน จึงจะพิจารณาว่าต้องจัดตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงจะสามารถกำหนดกรอบเวลาได้หลังจากข้อมูลครบถ้วน
ด้านข้อกังวลเกี่ยวกับทรัพย์สินที่อาจอยู่ในต่างประเทศ ยืนยันว่า อัยการสูงสุดมีอำนาจและกลไกในการสืบทรัพย์แม้อยู่ต่างประเทศตามกฎหมาย
ส่วนกรณีที่มีการนำไปเปรียบเทียบกับการยึดทรัพย์ในคดีโครงการรับจำนำข้าว นายลวรณชี้แจงว่า เป็นคนละบริบท เนื่องจากคดีจำนำข้าวมีโจทก์เป็นหน่วยงานอื่น ไม่ใช่กรมสรรพากร ขณะที่คดีภาษีหุ้นชินคอร์ปครั้งนี้กรมสรรพากรเป็นโจทก์โดยตรง ทำให้กระบวนการและกรอบอำนาจแตกต่างกัน


