ศาลปกครอง สั่งเพิกถอนประกาศ ก.แรงงาน อนุญาตนักบินต่างชาติ บินในประเทศไทย
ศาลปกครองสูงสุด สั่งเพิกถอนประกาศกระทรวงแรงงาน อนุญาตนักบินต่างชาติบินในประเทศ ชี้ใช้อำนาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้เป็น“กรณีพิเศษ” ที่จำเป็นต่อความมั่นคง เศรษฐกิจของประเทศ
KEY
POINTS
- ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศกระทรวงแรงงาน ที่อนุญาตให้นักบินต่างชาติทำการบินภายในประเทศไทย
- ประกาศดังกล่าวอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานเป็นนักบินสำหรับเครื่องบินแบบเช่าพร้อมผู้ประจำหน้าที่ (Wet Lease) ซึ่งสมาคมนักบินไทยได้ยื่นฟ้องคัดค้าน
- ศาลชี้ว่าการออกประกาศดังกล่าวเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นไปตามคำขอของเอกชนรายเดียว และไม่เข้าข่ายเป็น "กรณีพิเศษ" เพื่อประโยชน์สาธารณะ
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ฟ.74/2568 และหมายเลขแดง ฟ.152/2568 ระหว่างสมาคมนักบินไทยและนายกสมาคมนักบินไทย (ผู้ฟ้องคดี) กับกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ผู้ถูกฟ้องคดี) โดยมีผลให้เพิกถอนประกาศกระทรวงแรงงานที่อนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานเป็นนักบินประจำอากาศยานแบบเช่าพร้อมผู้ประจำหน้าที่ (Wet Lease) ภายในประเทศไทย
คดีนี้เกิดจากการที่สมาคมนักบินไทยยื่นฟ้องขอเพิกถอนประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ซึ่งออกตามคำร้องของบริษัทเอกชนรายหนึ่งที่ทำธุรกิจการบิน โดยบริษัทขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณาอนุญาตให้ใช้ “นักบินต่างชาติ” ทำการบินภายในประเทศชั่วคราว อ้างเหตุผลว่าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว และการจัดหาอากาศยานแบบ A320 จำนวน 2 ลำ ด้วยระบบเช่า Wet Lease
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะมีอำนาจออกประกาศยกเว้นให้คนต่างด้าวทำงานในไทยได้ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องเป็น “กรณีพิเศษ” ที่จำเป็นต่อความมั่นคง เศรษฐกิจของประเทศ หรือการป้องกันภัยพิบัติ รวมถึงต้องไม่กระทบต่อโอกาสการทำงานของคนไทย
อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าการออกประกาศครั้งนี้มีที่มาจากคำขอของบริษัทเอกชนเพียงรายเดียว และไม่ได้เป็นกรณีพิเศษตามเงื่อนไขของกฎหมาย อีกทั้งยังไม่ปรากฏเหตุผลที่ชัดเจนว่าเป็นการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะตามกฎหมายที่กำหนดไว้ จึงถือเป็นการใช้ดุลพินิจไม่ถูกต้องตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอนประกาศกระทรวงแรงงานดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาเป็นต้นไป


