posttoday

เศรษฐกิจไทย Q3/68 ขยายตัว 1.2% คงเป้าปี 68 โต 2% จับตาผลกระทบภาษีทรัมป์

17 พฤศจิกายน 2568

สภาพัฒน์ฯ เผย GDP ไทย ไตรมาส 3/68 ขยายตัว 1.2% ชะลอลงจาก 1.8% ในไตรมาส 2/68 ส่วน 9 เดือนโต 2.4% คงเป้าทั้งปี 68 โต 2% จับตาภาษีทรัมป์ ส่งผลกระทบชัดเจนปี 69

KEY

POINTS

  • เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ขยายตัว 1.2% ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า
  • สศช. ยังคงเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2568 ไว้ที่ 2.0%
  • ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาคือผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบการส่งออกของไทยกว่า 82%

นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ขยายตัว 1.2% ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสที่สองของปี 2568

เมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สามของปี 2568 ลดลงจากไตรมาสที่สองของปี 2568 0.6% รวม 9 เดือนแรกของปี 2568 เศรษฐกิจไทย ขยายตัว 2.4%

ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ สาขาเกษตรกรรมขยายตัว 1.9%  สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมลดลง 1.6% สาขาการก่อสร้างลดลง 4% สาขาการขายส่งและการขายปลีกขยายตัว 6.5% สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้าขยายตัว 3% และสาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหารขยายตัว 0.8% เป็นต้น 

ขณะที่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานอยู่ที่ 0.76% ต่ำกว่า 0.88% ในไตรมาสก่อน และต่ำกว่า 1.02% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ -0.7% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่0.8% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.7 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (88.3 พันล้านบาท)

เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ 262.4 พันล้านดอลลาร์ สรอ. และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 มีมูลค่าทั้งสิ้น 12.23 ล้านล้านบาท คิดเป็น  64.8% ของ GDP

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะขยายตัว 2.0% ชะลอลงจากการขยายตัว 2.5% ในปี 2567 อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ (-0.2) และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2.8% ของ GDP

จากเดิมที่เราคาดการณ์ว่าการส่งออกของโลกจะหดตัวลง แต่การส่งออกในปีนี้ยังมีการเติบโตอยู่ทำให้มีการปรับขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้จากเดิม 2.7% มาอยู่ที่ 3.4% แต่ในปี 2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจนปริมาณการค้าโลกลดลงเหลือ 2.3%

โดยไทยมีสินค้าที่จะถูกผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐกว่า 82% ซึ่งมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ขณะที่สินค้าที่มีการสวมสิทธิ์เพื่อส่งออกมีสินค้าจากจีนที่สวมสิทธิ์เพื่อส่งออกของไทยก็มีสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง 

ขณะที่โครงสร้างการส่งออกสินค้าของไทยไปสหรัฐก็เพิ่มขึ้น และสินค้าที่เรานำเข้าจากจีนก็เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่ต้องมีการพิจารณากันต่อไป 

ข่าวล่าสุด

ม.กรุงเทพ ผนึกภาครัฐ–เอกชน จัด “แด่น้องผู้มีความหวัง ครั้งที่ 33”