posttoday

อรรถพล ลุยตรวจแผนปรับปรุงเขื่อนสิริกิติ์ 2,088 ลบ. สั่งระวังน้ำทุกเขื่อนใกล้ชิด

08 พฤศจิกายน 2568

รมว.พลังงาน นำทีมพลังงานลงพื้นที่ตรวจแผนปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 มูลค่า 2,088 ล้านบาท สั่ง กฟผ. เฝ้าระวังน้ำเขื่อนทั่วประเทศ หลังพายุทำระดับน้ำเกือบเต็มความจุ

KEY

POINTS

  • รัฐมนตรีพลังงานลงพื้นที่ตรวจแผนปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ด้วยงบประมาณ 2,088 ล้านบาท เพื่อยืดอายุการใช้งานและเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
  • สั่งการให้ กฟผ. เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในเขื่อนทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด หลังพายุส่งผลให้ระดับน้ำสูงขึ้น โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ที่มีปริมาณน้ำเกือบเต็มความจุ
  • โครงการปรับปรุงคาดว่าจะได้รับอนุมัติจาก ครม. ภายในปี 2568 และจะสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2572

เมื่อเร็วๆนี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าแผนการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเสริมความมั่นคงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำที่มีความเสถียร เป็นพลังงานสะอาด และมีต้นทุนต่ำ โดยมีนายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และผู้บริหาร กฟผ. ให้การต้อนรับ

การปรับปรุงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 4 มีงบประมาณลงทุนรวม 2,088 ล้านบาท เนื่องจากใช้งานมานานกว่า 30 ปี และอุปกรณ์หลายส่วนเสื่อมสภาพ กระทรวงพลังงานจึงให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาและปรับปรุง เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด เสถียร และต้นทุนต่ำที่สุดในระบบ

นายอรรถพลกล่าวว่า การดำเนินโครงการนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้าออกไปได้อีกประมาณ 30 ปี พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพมากขึ้น และช่วยสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ของไทย

“โรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นแหล่งผลิตที่มีเสถียรภาพสูง สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นได้ภายในเวลาไม่เกิน 7 นาที และมีต้นทุนต่ำ จึงเป็นพลังงานสะอาดที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในระบบไฟฟ้าของประเทศ” นายอรรถพลกล่าว

ทั้งนี้ โครงการปรับปรุงดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะได้รับอนุมัติภายในปี 2568 และสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนธันวาคม 2572 เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยให้เขื่อนสิริกิติ์มีความพร้อมและความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้ามากขึ้น รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

นอกจากติดตามแผนการปรับปรุงโรงไฟฟ้าแล้ว รัฐมนตรีพลังงานยังได้สั่งการให้ กฟผ. เฝ้าระวังสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด หลังประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุหลายลูกในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายเขื่อนเพิ่มสูงจนเกือบเต็มความจุ โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งขณะนี้มีปริมาณน้ำมากถึง 97% ของความจุอ่างเก็บน้ำ

“ผมได้สั่งให้ กฟผ. ตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อนทุกแห่ง และบริหารจัดการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อน รวมถึงติดตามพายุที่อาจจะเข้ามาในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด” นายอรรถพลกล่าว

สำหรับ เขื่อนสิริกิติ์ถือเป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กั้นแม่น้ำน่าน บริเวณอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ มีความจุอ่างเก็บน้ำประมาณ 9,510 ล้านลูกบาศก์เมตร ใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนภูมิพล นอกจากใช้ผลิตไฟฟ้าแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำน่าน รวมทั้งช่วยลดปัญหาน้ำหลากในลุ่มน้ำเจ้าพระยาร่วมกับเขื่อนภูมิพล
 

"การปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม พร้อมยืนยันว่ากระทรวงพลังงานจะสนับสนุนให้ กฟผ. เร่งดำเนินการตามแผน เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จตามกำหนด และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและประชาชน" นายอรรถพล กล่าว

ข่าวล่าสุด

บง.แอ็ดวานซ์ รีแบรนด์สู่ Asian Finance ย้ายสู่รัชดาฯ ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง