posttoday

The Nation ถก ททท.-โรงแรม-การบินไทย วางกลยุทธ์ทวงบัลลังค์ท่องเที่ยวไทย

06 พฤศจิกายน 2568

ททท. การบินไทย สมาคมโรงแรมไทย ร่วมวง The Nation Round Table ชี้! ไทยต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ดึง New Gen และแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสู่ความยั่งยืน

KEY

POINTS

  • สามหน่วยงานหลักด้านท่องเที่ยว (ททท., สมาคมโรงแรม, การบินไทย) ร่วมมือกันแก้ปัญหาการท่องเที่ยวชะลอตัว โดยเน้นการฟื้นฟูความเชื่อมั่น การปรับตัว และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความยั่งยืน
  • ททท. ชูกลยุทธ์หลักในการใช้ "วัฒนธรรมสมัยนิยม" (Pop Culture) และ Soft Power (5F) ผ่านสื่อและอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อปรับภาพลักษณ์และดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคนรุ่นใหม่
  • ภาคเอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน และแก้ไขปัญหาคอขวดด้านการคมนาคมและจำนวนเที่ยวบินอย่างเร่งด่วน

Round table  โดย "The Nation" เชิญผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมาพูดคุย เพื่อวางแผนการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะการฟื้นตัวที่ล่าช้าและการแข่งขันในระดับภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้น

โดยมี นิธิ สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) , เทียนประสิทธิ์ ชัยพัฒนานนท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย และ ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมพูดคุย

เจาะลึกวิสัยทัศน์: ผ่าทางตันท่องเที่ยวไทย สู่ "ความยั่งยืน" ด้วยพลังแห่งความเชื่อมั่นและการปรับตัว

ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยกำลังเดินหน้าฝ่าวิกฤตความท้าทายระยะสั้นอย่างเต็มกำลัง โดยผู้นำจาก 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมโรงแรมไทย, และบริษัท การบินไทย ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว การปรับตัวให้เข้ากับความต้องการยุคใหม่ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คือ "หัวใจสำคัญ" ที่จะช่วยให้ประเทศไทยคงความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวโลกไว้ได้อย่างยั่งยืน

แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวโดยรวมจะมีการชะลอตัวจากปัจจัยตลาดระยะใกล้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน แต่สัญญาณบวกจากตลาดระยะไกลอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกากำลังเข้ามาช่วยเติมเต็ม ทำให้เกิดภาพรวมที่สถานการณ์กำลังดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทุกฝ่ายย้ำว่านี่ไม่ใช่เวลาของการชะล่าใจ
 

เสียงจาก ททท.: พลิกโฉมด้วย Pop Culture สู่โลกของ New Gen

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. มองว่า การชะลอตัวนี้คือสัญญาณให้ไทยต้องเร่งปรับตัว เพราะ "นักท่องเที่ยวยุคใหม่ต้องการสิ่งที่แตกต่าง" และพฤติกรรมของพวกเขาเปลี่ยนไป โดยยังคงชื่นชมในความปลอดภัยและอัธยาศัยไมตรีของคนไทย แต่ต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ

กุญแจสำคัญ: ททท. จึงต้องปรับภาพลักษณ์ประเทศใหม่ โดยใช้ วัฒนธรรมสมัยนิยม (Pop Culture) และสื่อคอนเทนต์เป็นเครื่องมือหลักในการดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ (New Gen) โดยกลยุทธ์ต้องแยกดูแลตลาดอย่างชัดเจน: ตลาดระยะสั้น (เช่น จีน) เน้นแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น ขณะที่ตลาดระยะยาว สนใจประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและสิ่งใหม่ๆ มากกว่า นายนิธีเสนอให้ส่งเสริมกิจกรรมทางวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก (Unseen Gems) ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์ (OTAs) และ Influencers เพื่อกระจายโอกาสทางการท่องเที่ยว

นิธิ สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

เสียงสะท้อนจากโรงแรมและการบิน: แก้ปัญหาคอขวดด่วน!

ในมุมมองของผู้ประกอบการ นายเทียนประสิทธิ์ ชัยพัฒนานนท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ยอมรับว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อย โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 34 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ ข้อเรียกร้องสำคัญของสมาคมฯ คือ ให้รัฐบาลเร่งแก้ไขความกังวลด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนอย่างเร่งด่วน และปรับปรุงระบบคมนาคม ทั้งจำนวนเที่ยวบินและเครื่องบิน นอกจากนี้ยังเสนอให้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นเพิ่มเติมเพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม
 

เทียนประสิทธิ์ ชัยพัฒนานนท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย

ด้าน นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทยฯ เห็นด้วยว่าเที่ยวบินระยะไกล โดยเฉพาะจากยุโรปและออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 ซึ่งช่วยชดเชยตลาดจีนที่หายไปได้ แต่เน้นย้ำว่า ปัญหาความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนต้องได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว ก่อนที่ปัญหาในระยะสั้นจะกลายเป็นปัญหาระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มความสะดวกในการเดินทางทางอากาศในเส้นทางที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ

ขมวดสู่ความยั่งยืน: "ความร่วมมือ" คือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญทุกฝ่ายสรุปตรงกันว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยว แต่การเดินสู่เป้าหมายที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัย "ความร่วมมืออย่างจริงจัง" จากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ

นายชาย เอี่ยมศิริ แห่งการบินไทยย้ำอย่างมีนัยสำคัญว่า: “การท่องเที่ยวไม่ใช่ความรับผิดชอบของ ททท. เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัย”

ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทยฯ

นายนิธี แห่ง ททท. ได้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ไทยก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้อย่างมั่นคง

การขับเคลื่อนธุรกิจท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน จึงเป็นการผสานกลยุทธ์ 3 ด้านเข้าด้วยกัน:

สร้างสรรค์: ปรับตัวตามเทรนด์ (Pop Culture, สถานที่แปลกใหม่) เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่

ชูจุดแข็ง: ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยใช้มรดกทางวัฒนธรรม อาหาร และอัธยาศัยไมตรีของคนไทย

แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง: เร่งแก้ไขปัญหาคอขวดด้านความปลอดภัยและการคมนาคมขนส่งอย่างเร่งด่วน

ทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนการยกเครื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย: ไม่เพียงแต่ต้องเปลี่ยน "น้ำมัน" (ดึงดูดตลาดใหม่) แต่ยังต้องซ่อมแซม "ตัวถังและระบบความปลอดภัย" (โครงสร้างพื้นฐานและความเชื่อมั่น) ให้แข็งแกร่ง เพื่อให้ "เครื่องยนต์" นี้สามารถขับเคลื่อนไปในระยะยาวได้อย่างมั่นคง มั่นใจ และยั่งยืน

กลยุทธ์ "Pop Culture" ดึงดูด New Gen: การพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

ขยายประเด็นตามที่ นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการใช้ "วัฒนธรรมสมัยนิยม" (Pop Culture) เพื่อปรับภาพลักษณ์และดึงดูดนักท่องเที่ยวยุคใหม่ (New Gen) นั้น นี่คือการขยายความกลยุทธ์ที่สำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังก้าวข้ามการพึ่งพาภาพลักษณ์แบบเดิม ๆ ไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงง่ายและเป็นกระแส (Trendy)

1. การใช้ "Soft Power" ผ่าน 5F เป็นเครื่องมือหลัก

กลยุทธ์นี้เป็นการใช้จุดแข็งทางวัฒนธรรมของไทยมานำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัยและเป็นสากล โดยเฉพาะการใช้โมเดล "5F" ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและเป็นไวรัลในโลกออนไลน์:

  •  Food (อาหาร): ส่งเสริม Street Food และอาหารไทยที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก โดยเฉพาะเมนูที่ปรากฏในซีรีส์หรือรายการอาหารดัง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิด "การท่องเที่ยวตามรอยอาหาร" (Gastronomy Tourism)
  •  Film (ภาพยนตร์และวิดีทัศน์): สนับสนุนการถ่ายทำภาพยนตร์และซีรีส์ทั้งในและต่างประเทศในไทย เพื่อสร้างกระแส "การท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์" (Film Tourism) ดังที่เคยเกิดขึ้นกับละครไทยหลายเรื่องในเอเชีย
  •  Fighting (ศิลปะการต่อสู้): ชูมวยไทยและศาสตร์การต่อสู้อื่น ๆ เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและไลฟ์สไตล์
  •  Fashion (แฟชั่น): ส่งเสริมแบรนด์ไทยและนักออกแบบรุ่นใหม่ ผสานผ้าไทยหรือลวดลายไทยเข้ากับแฟชั่นสมัยนิยม เพื่อสร้างเสน่ห์ให้คนรุ่นใหม่สวมใส่และแบ่งปันบนโซเชียลมีเดีย
  •  Festival (เทศกาล): ยกระดับเทศกาลประเพณีดั้งเดิม เช่น สงกรานต์ ให้กลายเป็น "World Festival Hub" โดยผสมผสานองค์ประกอบสมัยใหม่ เช่น ดนตรีและแสงสี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

The Nation ถก ททท.-โรงแรม-การบินไทย วางกลยุทธ์ทวงบัลลังค์ท่องเที่ยวไทย

2. การสร้างกระแสผ่าน "Content Creator" และ "Influencer Marketing"

ททท. และพันธมิตรให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ (Influencers) และแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น TikTok เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วโลก:

สร้าง Real-World Experience: เปลี่ยนอีเวนต์ทางวัฒนธรรมหรือคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ให้เป็น "ประสบการณ์จริงในโลกจริง" (Real-World Experience) ที่พร้อมให้ผู้ชมนำไปสร้างคอนเทนต์และแชร์ต่อ

กระตุ้นการท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม: ใช้ดารา นักร้อง (เช่น T-Pop, K-Pop) หรือศิลปิน Pop Culture ระดับโลกที่มาจัดงานในไทย (เช่น Blackpink) เป็น "แม็กเน็ต" ดึงดูดแฟนคลับจากประเทศเพื่อนบ้าน (เช่น เวียดนาม มาเลเซีย) ให้มาเที่ยวประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมอีเวนต์โดยเฉพาะ

โปรโมต Unseen Gems: ใช้อินฟลูเอนเซอร์ในการสำรวจและโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวในเมืองรอง (Secondary Cities) ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวและไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เพื่อกระจายการท่องเที่ยวและลดความแออัด

The Nation ถก ททท.-โรงแรม-การบินไทย วางกลยุทธ์ทวงบัลลังค์ท่องเที่ยวไทย

3. การพลิกโฉม "สถานที่" สู่ "จุดหมายปลายทางกระแสนิยม"

Pop Culture ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตลาด แต่รวมถึงการลงทุนทางกายภาพ เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางใหม่:

Pop-Up Event & Collaboration: การร่วมมือกับแบรนด์ Pop Culture ระดับโลก (เช่น POP MART ที่จัดอีเวนต์ใหญ่ "POP LAND") เพื่อสร้างปรากฏการณ์และดึงดูดนักสะสมหรือกลุ่มคนที่มีความสนใจเฉพาะทาง (Niche Tourism) ให้เดินทางมาไทย

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน: การท่องเที่ยวตามรอยละครหรือภาพยนตร์จะประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อสถานที่นั้นมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีความปลอดภัย และเข้าถึงง่าย (สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของการบินไทยและสมาคมโรงแรม)

กลยุทธ์ Pop Culture ของไทยไม่ได้มองแค่การสร้างกระแสฉาบฉวย แต่เป็นการใช้ "อำนาจอ่อน" ผสานกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้มีความ "หลากหลาย มั่นคง และทันสมัย" ซึ่งเป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับการมุ่งสู่ "ความยั่งยืน" ในระยะยาว เพราะเป็นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่
 

ข่าวล่าสุด

กองทุนน้ำมันแจงขึ้น 6 บาท เพราะราคาตลาดโลกพุ่ง-สภาพคล่องติดลบ