
เอกนิติ ลั่น! นายกฯ เปิดทางจัดการเงินเทาเต็มที่ ไม่สนใครเอี่ยว
เอกนิติ เผยนายกฯ ไฟเขียวปราบเงินเทาเต็มสูบ สั่งทุกหน่วยลุยไม่สนพบใครเกี่ยวข้อง ชี้ ตั้ง Data Bureau เชื่อมข้อมูลการเงิน ปิดช่องโหว่กฎหมายฟอกเงิน
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ดำเนินการปราบปรามเงินเทาอย่างเต็มที่ โดยไม่ละเว้นหรือช่วยเหลือผู้ใดที่เกี่ยวข้อง
- มีการจัดตั้งคณะทำงาน “Data Bureau” เพื่อรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ปปง., ตำรวจ, DSI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ
- มีแผนระยะยาวในการพิจารณาปรับปรุงหรือออกกฎหมายใหม่ เพื่อปิดช่องโหว่การฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปราบปรามเงินเทาและธุรกรรมต้องสงสัย โดยก่อนหน้าได้หารือร่วมกับ นายอนุทิน ชาญชีวกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ซึ่งได้มอบหมายชัดเจนว่า หากพบความผิดเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ให้ดำเนินการได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลหรือเกรงใจผู้ใด
“นากรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีการช่วยเหลือใครอย่างแน่นอน นี่คือโจทย์ชัดเจน ทุกกรณีที่พบความผิดสามารถลุยได้อย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่าไม่ต้องเป็นกังวล ตรงนี้เป็นประโยคที่ทำให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดมีความฮึกเหิมอย่างมาก” นายเอกนิติกล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย พร้อมจัดตั้ง คณะทำงาน “Data Bureau” ทำหน้าที่รวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลกฎหมายด้านการเงินจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปปง., ตำรวจ, DSI และ ก.ล.ต. เพื่อสนับสนุนการทำงานของชุดปราบปรามอย่างเป็นระบบ
นายเอกนิติระบุว่า ขณะนี้โครงสร้างงานเห็นภาพชัดแล้วกว่า 80-90% และจะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยคาดว่าจะสรุปผลดำเนินงานชัดเจนภายในเดือนธันวาคม 2568
สำหรับแนวทางระยะสั้น จะเร่งประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อระบุช่องโหว่ของระบบทางการเงิน และเดินหน้าจัดตั้ง Data Bureau ภายในหนึ่งเดือน ขณะที่ระยะยาวจะพิจารณาปรับปรุงหรือออกกฎหมายใหม่ อาจในรูปแบบพระราชกำหนด เพื่อปิดช่องโหว่ที่เปิดทางให้การใช้สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโต ถูกนำไปใช้ฟอกเงิน รวมถึงยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบให้เทียบเท่าสากล
“ที่ผ่านมาไทยมีหลายหน่วยงานต่างทำงานกันคนละระบบ ข้อมูลไม่เชื่อมโยง เหมือนคนตาบอดคลำช้าง รู้ส่วนแต่ไม่เห็นภาพรวม การจัดตั้ง Data Bureau จะทำให้เรามองเห็นทั้งตัวช้างและจับได้ทั้งขบวน” นายเอกนิติกล่าว







