คลังเผย เกินคาด คนแห่ใช้ คนละครึ่ง พลัส วันแรก เงินสะพัด 1.9 พันล้าน
ลวรณ ปลัดคลัง เผยยอดใช้สิทธิ คนละครึ่ง พลัส วันแรกพุ่งแรง เกินคาด! เงินสะพัดทั่วประเทศกว่า 1.9 พันล้านบาท ผู้ใช้สิทธิกว่า 7.8 ล้านคน ร้านค้าร่วมกว่า 5 แสนราย
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การใช้จ่ายผ่านโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ในวันแรก(29 ตุลาคม 2568) ของการเปิดใช้สิทธิ มียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 06.00 น.จนถึงเวลา 23.00 น. อยู่ที่ 1,900 ล้านบาท มีจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ทั่วประเทศแล้วกว่า 7,858,965 คน และมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 520,397 ร้านค้า ทั่วประเทศ
นายลวรณ ยอมรับว่า ผลตอบรับของประชาชนเกินความคาดหมาย โดยบรรยากาศการใช้สิทธิเป็นไปอย่างคึกคักทั่วประเทศ ทั้งในตลาด ร้านอาหาร และร้านค้าชุมชน ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
“ต้องยอมรับว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส คึกคักเกินคาดมาก ซึ่งทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจของไทยกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง” นายลวรณ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังคาดว่า เม็ดเงินจากโครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากเปิดให้ประชาชนและร้านค้าเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” มีการใช้จ่ายหมุนเวียนแล้วราว 1,900 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากช่วยสร้างบรรยากาศการซื้อขายให้คึกคักมากขึ้น
เนื่องจาก รัฐบาลช่วยจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง การซื้อบางรายการ ประชาชนยังยอมจ่ายเงินในส่วนเพิ่มอีก ทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบมากกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ นับว่ากระแสตอบรับดีมาก
“ขอแนะนำให้ประชาชนเติมเงินล่วงหน้าเข้า G-Wallet ในแอป เป๋าตัง เพื่อความสะดวกในการใช้สิทธิ์ และเวลาชำระเงินควรสแกนกับมือถือของพ่อค้าแม่ค้าโดยตรง เพื่อให้ระบบคำนวณยอดรวมได้ถูกต้อง ไม่ควรสแกนผ่าน QR พร้อมเพย์ที่ติดหน้าร้าน เพราะเป็นช่องทางแบบเดิม” นายวินิจ กล่าว
สำหรับกรณีโพสต์เชิญชวนนำเงินในโครงการคนละครึ่งพลัส “รับแลกเป็นเงินสด” ผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่มีการซื้อขายจริง นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดแล้ว 3 ราย เมื่อวานนี้ เนื่องจากถือว่าเป็นการเริ่มกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และคาดว่าจะมีการแถลงข่าวจับกุมเพิ่มเติมในช่วงบ่ายวันนี้
โดยย้ำว่า รัฐบาลมีระบบติดตามข้อมูลร้านค้าและผู้ใช้สิทธิ์ หากพบการกระทำผิดจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมฝากถึงประชาชนให้ใช้สิทธิ์ที่รัฐสนับสนุนอย่างถูกต้อง “จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจมากกว่า
นายวินิจกล่าวเพิ่มเติม ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมแล้วกว่า 700,000 ร้านค้า โดยครึ่งหนึ่งเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม อีกครึ่งเป็นร้านค้าทั่วไป กระทรวงการคลังจึงขอเชิญชวนร้านค้าเพิ่มเติมให้เข้าร่วม เพื่อรองรับการใช้จ่ายของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือจากร้านค้าในการแนะนำลูกค้า เพราะบางคนไม่ได้ใช้สิทธิ์มานาน
สำหรับกรณีโพสต์เชิญชวน “รับแลกเงิน” ผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่มีการซื้อขายจริง นายวินิจระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดแล้ว 3 ราย เมื่อวานนี้ เนื่องจากถือว่าเป็นการเริ่มกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และคาดว่าจะมีการแถลงข่าวจับกุมเพิ่มเติมในช่วงบ่ายวันนี้
เขาย้ำว่า รัฐบาลมีระบบติดตามข้อมูลร้านค้าและผู้ใช้สิทธิ์ หากพบการกระทำผิดจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมฝากถึงประชาชนให้ใช้สิทธิ์ที่รัฐสนับสนุนอย่างถูกต้อง “จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจมากกว่า”


