posttoday
‘ดีเอสไอ’กังขาเจ้าหนี้ ให้กู้เพรซิเดนท์ง่ายจัด

‘ดีเอสไอ’กังขาเจ้าหนี้ ให้กู้เพรซิเดนท์ง่ายจัด

07 กุมภาพันธ์ 2554

โพสต์ทูเดย์ — ดีเอสไอ มั่นใจหลักฐานมัด “เพรซิเดนท์ อะกริฯ” 12 เดือนส่งฟ้อง

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทค้าข้าวรายใหญ่ ซึ่งทำหลักฐานการซื้อขายข้าวปลอมเพื่อนำมาขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ 12 แห่ง คิดเป็นมูลค่าเสียหาย 23 หมื่นล้านบาทนั้น

ขณะนี้ดีเอสไอได้เดินทางไปต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกตามเอกสาร เพื่อที่จะรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดมาใช้ในการดำเนินคดี โดยพบว่ามีหลักฐานชัดเจนว่าสัญญาการซื้อขายข้าวของบริษัทดังกล่าวเป็นหลักฐานปลอมเกือบทั้งหมด

ทั้งนี้ จะต้องสอบสวนในเชิงลึกว่ามีเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือเข้าร่วมกระบวนการนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งคาดว่าอีก 12 เดือนจะส่งสำนวนฟ้องร้องดำเนินคดีได้

“ขอยืนยันว่าดีเอสไอจะเดินหน้าคดีนี้อย่างจริงจัง แม้ว่าจะมีนักการเมืองมาเกี่ยวข้องก็ไม่ได้รับแรงกดกัน เพราะเกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจและกระทบกระเทือนกับระบบสถาบันการเงิน และแม้ว่าบริษัทนี้จะมีการถูกฟ้องล้มละลายก็ยังมีคดีอื่นๆ ที่สามารถจะดำเนินการฟ้องร้องได้ ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา การปลอมแปลงเอกสารการกู้ยืม รวมทั้งหากตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินเกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินคดีด้วย” นายธาริต กล่าว

แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า มีข้อสงสัยว่าทางเพรซิเดนท์ อะกริฯ นั้นได้มีการนำเอกสารชิ้นเดียวกันมาเวียนเทียนขอกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ได้หลายแห่งมาก ซึ่งน่าสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ธนาคารพาณิชย์จะไม่รู้เลยว่าหลักฐานการขอกู้ดังกล่าวเป็นหลักฐานปลอม หรือติดจำนองจากที่อื่นมาก่อน เพราะโดยปกติธนาคารจะมีความละเอียดในการปล่อยกู้มาก

“ถ้าเป็นลูกค้าปกติคงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับธนาคารได้ขนาดนี้ ธนาคารจะตรวจแล้วตรวจอีกหลายวันกว่าจะอนุมัติ แต่ในกรณีนี้ทำไมได้เงินง่ายดาย” แหล่งข่าวกล่าว

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ขายพอร์ตหนี้ของเพรซิเดนท์ อะกริฯ ไปให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) ไปแล้ว ดังนั้นเป็นหน้าที่ของเอเอ็มซีจะต้องดำเนินการต่อในฐานะเจ้าหนี้คนใหม่

สำหรับสถาบันการเงินที่อนุมัติเงินกู้ให้แก่บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริฯ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย วงเงิน 9,200 ล้านบาท ธนาคารไทยธนาคาร 8,400 ล้านบาท ธนาคารทหารไทย 7,200 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพ 4,300 ล้านบาท ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ 2,200 ล้านบาท ธนาคารยูโอบี 1,000 ล้านบาท รวมทั้งการกู้เงินจากธนาคารกสิกรไทย บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สินเอเซีย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เป็นการกู้โดยใช้เอกสารฉบับจริงเพียงฉบับเดียว แต่เวียนไปใช้กู้เงินกับหลายธนาคาร มีการแบ่งขออนุมัติกู้ยืมเป็นหลายวงเงิน จนทำให้เกิดหนี้สูญกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะการทำสัญญาซื้อขายข้าวปลอมกับไทยธนาคารจำนวน 34 ฉบับ มูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาท และธนาคารอื่นๆ อีก 6 แห่ง จำนวน 626 ฉบับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท