posttoday

ราคาทองตลาดโลกทำสถิติใหม่ ทะลุ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์แล้ว

14 ตุลาคม 2568

ราคาทองคำทะลุ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ จากความกังวลด้านการค้าและความหวังการลดดอกเบี้ย นักวิเคราะห์มองราคาอาจถึง 5,000 ดอลลาร์ในปีหน้า

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ โดยทะลุระดับ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
  • ปัจจัยหลักที่หนุนราคาคือความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน, การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดอัตราดอกเบี้ย และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางต่างๆ
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อไป โดยมีโอกาสพุ่งแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ภายในปี 2026

ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งทะลุระดับ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กลับมาปะทุอีกครั้ง รวมถึงความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขณะที่ราคาซิลเวอร์ (เงิน) ก็แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

 

ราคาทองสปอต ณ เวลา 13:47 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (00:47 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ปรับตัวขึ้น 2.2% อยู่ที่ 4,106.48 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากทำสถิติสูงสุดที่ 4,116.77 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าเดือนธันวาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.3% ปิดที่ระดับ 4,133 ดอลลาร์

 

ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นแล้วถึง 56% ตั้งแต่ต้นปี 2025 และสามารถทะลุระดับ 4,000 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจทั่วโลก การคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และการเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางหลายประเทศ

 

ฟิลลิป สไตรเบิล หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดจากบริษัท Blue Line Futures ให้ความเห็นว่า “ทองคำมีแนวโน้มที่จะรักษาโมเมนตัมขาขึ้นนี้ไว้ได้ และมีโอกาสที่ราคาจะทะยานขึ้นไปเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026”

 

เขายังระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ยังคงสนับสนุนราคาทองคำ ได้แก่ การเข้าซื้อทองคำอย่างสม่ำเสมอของธนาคารกลาง การไหลเข้าของเงินลงทุนผ่านกองทุน ETF ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงของสหรัฐฯ

 

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจโลกกลับมาปะทุอีกครั้งเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศยุติข้อตกลงสงบศึกทางการค้ากับจีน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ราคาทองตลาดโลกทำสถิติใหม่ ทะลุ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์แล้ว

 

ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินกำลังประเมินว่า Fed มีโอกาสสูงถึง 97% ที่จะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนตุลาคม และมีความเป็นไปได้ 100% ที่จะลดอีกครั้งในเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน (non-yielding) แต่ได้เปรียบในภาวะดอกเบี้ยต่ำ

 

นักวิเคราะห์จาก Bank of America และ Societe Generale คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะพุ่งแตะ 5,000 ดอลลาร์ในปี 2026 ขณะที่ธนาคาร Standard Chartered ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยในปีหน้าขึ้นเป็น 4,488 ดอลลาร์

 

ซูกิ คูเปอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกของธนาคาร Standard Chartered กล่าวว่า “เรามองว่าการปรับตัวขึ้นในรอบนี้ยังมีระยะทางอีกมาก แต่อาจมีการปรับฐานระยะสั้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว”

 

ในส่วนของตลาดโลหะมีค่าอื่นๆ ราคาซิลเวอร์พุ่งขึ้น 3.1% สู่ระดับ 51.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 52.12 ดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเดียวกันกับทองคำ รวมถึงภาวะตึงตัวในตลาดซื้อขายจริง

 

ดัชนี RSI (Relative Strength Index) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดภาวะ “ซื้อเกิน” (Overbought) บ่งชี้ว่าทั้งทองคำและซิลเวอร์อยู่ในภาวะดังกล่าว โดย RSI อยู่ที่ 80 สำหรับทองคำ และ 83 สำหรับซิลเวอร์

 

ขณะที่แพลทินัมเพิ่มขึ้น 3.9% อยู่ที่ 1,648.25 ดอลลาร์ และพาลาเดียมปรับตัวขึ้น 5.2% อยู่ที่ 1,478.94 ดอลลาร์

ราคาทองตลาดโลกทำสถิติใหม่ ทะลุ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์แล้ว

 

ข่าวล่าสุด

มนุษย์อยู่ในยุค 11 ปีที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลมากกว่าที่คิด!