posttoday
เงินเฟ้อ ก.ย.ลดต่อเนื่องเดือนที่ 6 จับตาไตรมาส 4 ใกล้ 0% ยันยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด

เงินเฟ้อ ก.ย.ลดต่อเนื่องเดือนที่ 6 จับตาไตรมาส 4 ใกล้ 0% ยันยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด

06 ตุลาคม 2568

เงินเฟ้อ ก.ย. 68 อยู่ที่ 0.75% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 เหตุราคาพลังงาน-อาหารลด คาดไตรมาส 4 ใกล้ศูนย์ แม้ยังไม่ฝืดแต่รัฐเฝ้าระวังใกล้ชิด

KEY

POINTS

  • เงินเฟ้อเดือนกันยายนลดลง 0.72% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 โดยมีสาเหตุหลักจากราคาพลังงานและอาหารสดที่ปรับตัวลดลงตามมาตรการภาครัฐ
  • กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 จะอยู่ในระดับใกล้เคียง 0% หรืออาจติดลบในบางเดือน
  • แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงต่อเนื่อง แต่ทางการยืนยันว่ายังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกสะท้อนว่าความต้องการซื้อในประเทศยังคงมีอยู่

ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) ของไทยในเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ 100.11 หรือลดลง 0.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 (YoY)  ซึ่งถือเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6  ส่งสัญญาณชัดเจนว่าเงินเฟ้อไทยยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง

เงินเฟ้อ ก.ย.ลดต่อเนื่องเดือนที่ 6 จับตาไตรมาส 4 ใกล้ 0% ยันยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงในช่วงนี้มาจากราคาพลังงานที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่ากระแสไฟฟ้าที่ต่ำลงตามมาตรการของภาครัฐ รวมถึงราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด เช่น ไข่ไก่ ผักสด และผลไม้สด ที่ยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ราคาสินค้าและบริการในหมวดอื่น ๆ เช่น ของใช้ส่วนบุคคล เสื้อผ้า และค่าโดยสารเครื่องบิน ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน ขณะที่สินค้าบางรายการเช่น ค่าเช่าบ้านและอาหารสัตว์เลี้ยงราคายังปรับสูงขึ้นบ้างแต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อในภาพรวมอย่างมาก

 

แม้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งตัดผลกระทบจากราคาพลังงานและอาหารสดออก ยังคงสูงขึ้นที่ 0.65% (YoY) แม้จะชะลอลงจากเดือนสิงหาคมที่ 0.81% นั่นหมายความว่าความต้องการซื้อภายในประเทศยังมีอยู่และตลาดยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะเงินฝืด

 

“หลายคนถามว่า ขณะนี้ไทยเข้าสู่ภาวะเงินฝืดแล้วหรือยัง จริงๆแล้วเงินฝืดมีองค์ประกอบหลายด้าน แต่หากพิจารณาภาพรวมจะเห็นได้ว่า ดีมานด์ในประเทศยังมีอยู่ ซึ่งสะท้อนได้จากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังไม่ได้ลดลง โดยเฉพาะในสินค้ากลุ่มอาหารสำเร็จรูปและนันทนาการ อีกทั้งการจ้างงานก็ยังคงอยู่ในระดับปกติ ยังไม่พบสัญญาณของปัญหาในตลาดแรงงาน ดังนั้นองค์ประกอบต่าง ๆ ยังไม่เข้าข่ายภาวะเงินฝืด แต่เราก็ต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด”นายนันทพงษ์ กล่าว 

 

ภาพรวมเงินเฟ้อของไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคและทั่วโลก พบว่าเดือนสิงหาคม 2568 ประเทศไทยมีอัตราเงินเฟ้อลดลง 0.79% (YoY) อยู่ในอันดับที่ 9 จาก 140 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก และเป็นอันดับต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้ออย่างเป็นทางการ

สำหรับแนวโน้มในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับ “ใกล้ศูนย์” หรืออาจติดลบในบางเดือน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงต่ำกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ หลังกลุ่มประเทศโอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งภาครัฐยังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะการปรับลดค่าไฟฟ้า Ft ในช่วงเดือนกันยายน – ธันวาคม 2568 ทำให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย

 

ราคาผักสดและผลไม้สดยังต่ำกว่าปีที่แล้วมาก เนื่องจากผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อช่วยลดราคาสินค้าและกระตุ้นการบริโภค

 

นอกจากนี้ ชี้ว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ คนละครึ่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้น รวมถึงการเร่งใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ จะเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อดึงดูดใช้จ่ายภายในประเทศให้เพิ่มขึ้น

 

“มาตรการคนละครึ่งจะกระตุ้นความเชื่อมั่นผู้บริโภคและช่วยให้ CPI ปรับตัวสูงขึ้นบ้างในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า เป็นผลกระทบในระยะสั้นที่คาดว่าจะไม่ทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นมากนัก" นายนันทพงษ์ กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของปี 2568 ลงจากเดิมที่คาดไว้ในช่วง 0.0 – 1.0% เหลือประมาณ 0.0% สะท้อนภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและราคาสินค้าสำคัญที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

 

ด้วยปัจจัยที่หลากหลายทั้งภายนอกและภายในประเทศ ทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเงินฝืดที่ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจโดยรวมในขณะนี้

 

ปัจจัยด้าน อัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าเงินบาท คาดว่ายังอยู่ในทิศทางที่แข็งค่า แต่ก็มีส่วนช่วยให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะเมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

 

“เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นช่วยลดต้นทุนในสองส่วนสำคัญ คือ ต้นทุนพลังงานและต้นทุนการนำเข้าสินค้า ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมลดลง ซึ่งตามหลักแล้ว CPI ก็มีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย” นายนันทพงษ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69