AWC ปั้นโมเดลท่องเที่ยวยั่งยืน ชู HATCH Dome จุดหมายไทยสู่เวทีโลก
AWC ชูโครงการอสังหาฯ ของไทยโดดเด่นด้านความยั่งยืนในระดับโลก พร้อมเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยงยั่งยืนในหลายจังหวัดสร้างไทยเป็นจุดหมา่ยสำคัญของโลก
KEY
POINTS
- AWC ขับเคลื่อนโมเดลท่องเที่ยวยั่งยืนภายใต้กลยุทธ์ "Building Better Future for All" ที่ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ Better Planet (สิ่งแวดล้อม), Better People (สังคม) และ Better Prosperity (เศรษฐกิจ)
- ชูโครงการ HATCH Dome ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นต้นแบบการสร้างจุดหมายปลายทางที่ผสมผสานความบันเทิงเข้ากับการเรียนรู้ด้านความยั่งยืน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
- มุ่งมั่นผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก ผ่านการพัฒนาโครงการที่ได้มาตรฐานสากลและความร่วมมือกับพันธมิตร
ความสำเร็จทั้งหมดเกิดจาก “พลังพันธมิตร” ที่รวมกันเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน
วัลลภา ไตรโสรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวถึงบทบาทขององค์กรในการเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืนและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในระดับสากล รวมถึงบทบาทในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยั่งยืน โดย AWC มุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่ดีกว่า (Better Future) ภายใต้พอร์ตโฟลิโอโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพที่ได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย รวมถึงได้รับการจัดอันดับด้านความยั่งยืนเป็นอันดับหนึ่งของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรม จาก S&P Global และได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อม
ในช่วง Special Talk : Sustainable Tourism and Better Future for All ภายในงาน SX2025 หรือ SUSTAINABILITY EXPO 2025: A Call for Adaptation The Sustainability in Trade & Industry จัดโดยกรุงเทพธุรกิจเครือเนชั่นทีวี ในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568 ณ เพลนารีฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยคุณวัลลภากล่าวว่า AWC ยังคงเดินหน้าในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลัก การเสริมศักยภาพโครงการรีเทลและคอมเมอร์เชียล และการสร้างสรรค์โครงการใหม่ภายใต้แนวคิด AWC Lifestyle Destination ที่ผสมผสานศิลปวัฒนธรรมเพื่อร่วมอนุรักษ์ความเป็นไทย พร้อมสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ตัวอย่างล่าสุดคือความร่วมมือกับ Universal Studio ในการเปิด “Jurassic World: The Exhibition” และ Hatch Dome ที่ Asiatique The Riverfront เพื่อมอบทั้งความบันเทิงและการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนให้กับเยาวชน
คุณวัลลภาเน้นว่า แนวทางสู่การสร้าง “Building Better Future for All” ของ AWC ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ Better Planet, Better People และ Better Prosperity ในมิติของ Better Planet บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยึดแนวทาง Circular Economy เช่น โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล (InterContinental Chiang Mai The Mae Ping) ที่ได้รับมาตรฐาน LEED ระดับสูงสุด รวมถึงโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล (The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel) ถนนวิทยุ ซึ่งเป็นโรงแรมแรกของโลกที่สามารถจัดการของเสียได้ 100% สะท้อนถึงการพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานระดับสากล
สำหรับ Better People AWC ไม่เพียงดูแลบุคลากรภายในองค์กร แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนโดยรอบ ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น The Gallery ที่นำงานศิลปะและหัตถกรรมท้องถิ่นมาจำหน่ายในโรงแรมและออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน นอกจากนี้ยังมีโครงการ AWC Stay to Sustain ที่ร่วมกับ ททท. และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในการอนุรักษ์ผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมสร้างผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรธรรมชาติที่ชุมชนสามารถต่อยอดเป็นรายได้
ในด้าน Better Prosperity บริษัทได้ใช้แนวทางการเงินที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน เช่น การออก Green & Sustainability-linked Loan เพื่อสนับสนุนโครงการใหม่และปรับปรุงโครงการเดิม เช่น อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ที่ได้รับมาตรฐาน LEED Gold หลังจากปรับเปลี่ยนระบบจัดการพลังงานใหม่ทั้งหมด
AWC ยังมีแผนเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการโรงแรมและรีสอร์ท เช่น The Lannatique เชียงใหม่ และโครงการในพื้นที่เชิงประวัติศาสตร์อย่างย่านไชน่าทาวน์ ซึ่งจะมีการสร้างระบบรถรางไฟฟ้าเพื่อลดปัญหาการจราจรและสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
คุณวัลลภาสรุปว่า ความสำเร็จทั้งหมดเกิดจาก “พลังพันธมิตร” ที่รวมกันเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน AWC พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก และสร้างคุณค่าร่วมให้กับชุมชน สังคม และเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกัน


