posttoday

รอง ปธ.อุตฯ ชี้โจทย์ศก.ครึ่งปีหลัง เร่งมาตรการ–ดึงลงทุน FDI

03 ตุลาคม 2568

วิวรรธน์ เหมมณฑารพ มองเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ต้องเร่งเพิ่มกำลังซื้อ จัดการหนี้ครัวเรือน กระจายตลาดส่งออก และดึง FDI เชิงคุณภาพเพื่อความยั่งยืน

งาน Sustainability Expo 2025 : A Call for Adaptation – The Sustainability in Trade & Industry เวทีด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่ผู้นำภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยร่วมถ่ายทอดแนวทางสู่อนาคต โดย นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทยและทิศทางการลงทุนครึ่งหลังปี 2568 ซึ่งชี้ให้เห็นทั้งความท้าทายและหนทางปรับตัวเชิงโครงสร้าง
 

รอง ปธ.อุตฯ ชี้โจทย์ศก.ครึ่งปีหลัง เร่งมาตรการ–ดึงลงทุน FDI

เศรษฐกิจชะลอตัว – รัฐบาลเร่งอัดมาตรการพยุงกำลังซื้อ

นายวิวรรธน์ชี้ว่า GDP มีแนวโน้มแผ่วลงในครึ่งหลังปี แม้ก่อนการเปลี่ยนขั้วการเมืองก็เริ่มเห็นสัญญาณชะลอแล้ว รัฐบาลใหม่จึงเดินหน้าหารือกับสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และสถาบันการเงินเพื่อแก้ปมเศรษฐกิจเร่งด่วน โดยเฉพาะการ เพิ่มกำลังซื้อประชาชนและจัดการหนี้ครัวเรือน ผ่านมาตรการพักหนี้เป็นหลัก

รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยกบทเรียน วิกฤตปี 2540 ที่ไทยต้องใช้เงินมหาศาลฟื้นระบบการเงินและยังคงชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูมาจนถึงวันนี้ เพื่อเตือนว่าประเทศต้องรักษาสมดุลระหว่างการอัดฉีดกับวินัยการคลัง แม้ความกังวลเรื่อง Moral Hazard จะลดลง แต่การใช้จ่ายรัฐยังต้องรอบคอบ

การส่งออก – จากกระจุกตัวสู่กระจายตลาดใหม่

ปัจจุบัน กว่า 60% ของการส่งออกไทย กระจุกอยู่ในยุโรป จีน สหรัฐ และอาเซียน ทำให้ไทยเปราะบางต่อความผันผวน นายวิวรรธน์เสนอว่า ระยะสั้นจำเป็นต้อง หาตลาดใหม่ให้กับสินค้าเดิม เพราะการพัฒนาสินค้าใหม่ใช้เวลา ขณะเดียวกันต้องทำ “Market City” เจาะตลาดเชิงลึก เช่น อาหารฮาลาล ในตะวันออกกลาง

กลยุทธ์สำคัญคือ ยกระดับคุณภาพ–ลดต้นทุน–เพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และในระยะกลาง–ยาว ต้องขยับสู่อุตสาหกรรม 4.0 และระบบอัตโนมัติ เพื่อตอบโจทย์ค่าแรงที่สูงขึ้น
 

รอง ปธ.อุตฯ ชี้โจทย์ศก.ครึ่งปีหลัง เร่งมาตรการ–ดึงลงทุน FDI

การเมืองมั่นคง – สร้างความเชื่อมั่นการลงทุน

รองประธานสภาอุตสาหกรรมย้ำว่า เสถียรภาพการเมืองคือหัวใจสำคัญในการดึงดูด FDI เพราะจะสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งรัฐบาลยังเร่งเจรจา FTA กับหลายประเทศ เพื่อเปิดตลาดใหม่และลดการพึ่งพิงคู่ค้ารายใหญ่ เช่น สหรัฐ

ในช่วง 3–4 เดือนข้างหน้า กลไกภาครัฐจะขับเคลื่อนผ่าน 5 ด้าน:

  1. อัดฉีดงบประมาณ
  2. เพิ่มกำลังซื้อผ่านการจัดการหนี้ครัวเรือน
  3. เปิดตลาดใหม่
  4. หนุนเอกชนปรับตัว–เพิ่มความยืดหยุ่น
  5. ค้นหาสินค้าตอบโจทย์ตลาด

FDI กับโจทย์การพัฒนาลึก – ไม่ใช่แค่ใช้แรงงาน

เขาเน้นว่าไทยต้อง คัดเลือกการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การใช้แรงงานราคาถูก แต่ควรเป็นการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น Data Center, ดิจิทัล, Bio-Circular-Green Economy (BCG) ที่ใช้ความหลากหลายทางชีวภาพของไทยเป็นฐาน

แม้ไทยจะมีทรัพยากรน้ำพอเพียง แต่ต้องวางแผนบริหารจัดการเพื่อรองรับการใช้ของภาคอุตสาหกรรม เกษตร และประชาชนอย่างสมดุล เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยสิงคโปร์ที่จำกัดการลงทุน Data Center เพราะขาดน้ำ

รอง ปธ.อุตฯ ชี้โจทย์ศก.ครึ่งปีหลัง เร่งมาตรการ–ดึงลงทุน FDI

ทั้งนี้นายวิวรรธน์สะท้อนว่า การอยู่รอดของเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังขึ้นกับ “การปรับตัวเชิงรุก” ทั้งในด้านการเงินการคลัง การกระจายตลาดส่งออก การดึงดูด FDI เชิงคุณภาพ และการสร้างความมั่นใจด้วยเสถียรภาพการเมือง

นี่คือ “โจทย์ใหญ่” ของไทยในห้วงเปลี่ยนผ่าน ที่ไม่เพียงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังต้องเร่งปูรากฐานใหม่ เพื่อเดินหน้าอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

กองทุนน้ำมันแจงขึ้น 6 บาท เพราะราคาตลาดโลกพุ่ง-สภาพคล่องติดลบ