posttoday
นักวิชาการ ชี้งบ1.15 แสนล. แค่ชะลอศก.ทรุด ดันGDPโตสุดแค่ 1.7%

นักวิชาการ ชี้งบ1.15 แสนล. แค่ชะลอศก.ทรุด ดันGDPโตสุดแค่ 1.7%

21 มิถุนายน 2568

สมชาย ประเมิน งบ 1.15 แสนล้าน แค่ช่วยบรรเทาไม่ให้เศรษฐกิจดิ่งลงระยะสั้น แต่ไม่ช่วยเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว ดันจีดีพีปี 68 โตสูงสุดเพียง 1.7%

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ระบุถึงกรณีที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณก้อนแรก 115,700 ล้านบาท จากกรอบวงเงินรวม 157,000 ล้านบาท ซึ่งโยกจากการใช้ในโครงการ “เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” มาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า เชื่อว่าเม็ดเงินจากงบประมาณดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้น แต่ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ในระยะยาว

 

โดยอ้างอิงหลักการทางเศรษฐศาสตร์ ว่า ทุก ๆ งบประมาณ 100,000 ล้านบาท จะช่วยผลักดันจีดีพีได้ราว 0.2–0.25% แต่ต้องขึ้นอยู่กับว่าสมารถบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากแค่ไหน รวมถึงประเภทของตัวมาตรการด้วย ซึ่งกรณีนี้ หากไปรวมกับใช้งบกลางอีกราว 200,000 ล้านบาท อาจช่วยพยุงจีดีพีได้ราว 0.5–0.6% ได้ และยังมีข้อจำกัดจากความไม่แน่นอนทางนโยบายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้งบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อใช้ในกรณีดูแลกลุ่มเปราะบาง และผลกระทบที่เกิดจากนโยบายภาษีทรัมป์ ซึ่งรัฐบาลได้วางแนวทางการใช้ไว้ 4 กรอบ คือ 1.โครงสร้างพื้นฐาน น้ำ-คมนาคม 2.การท่องเที่ยว 3.ลดผลกระทบส่งออก-เพิ่มผลิตภาพ และ4.เศรษฐกิจชุมชนและทุนมนุษย์

 

ดังนั้น ต้องยอมรับว่า เม็ดเงินก้อนนี้จะช่วยชะลอการไหลลงของเศรษฐกิจไทยให้ลงลดเท่านั้น คาดว่าดันจีดีพีปีนี้ให้ขยายตัวอย่างเก่ง 1.5% แต่ขึ้นกับนโนบายทรัมป์ด้วย เพราะตอนนี้ยังมีความไม่ความไม่แน่นอนสูง จึงไม่สามารถระบุเป็นตัวเลขชัดเจนได้เป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น

งบชุดนี้เป็นมาตรการบรรเทาเศรษฐกิจ ไม่ได้เน้นปฏิรูปโครงสร้าง เหมือนการใส่เบรกเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไหลลื่นลงไปเร็วเกินไป ซึ่งคาดว่าแม้จะรวมงบกระตุ้นกับกลางแล้ว เศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจขยายตัวได้อย่างเก่ง 1.5% หรือบริหารดีๆอาจะแตะ 1.5–1.7% 

ในส่วนการเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่ล่าช้า สมชาย มองว่า  ขณะนี้ไทยยังไม่ได้รับการจัดลำดับให้เป็นประเทศสำคัญในการเจรจา เพราะสหรัฐฯ ต้องเจรจากับกว่า 60 ประเทศ โดยสหรัฐฯ แบ่งกลุ่มประเทศเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก กลุ่มพันธมิตรหลักที่ได้รับความสำคัญ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่นเวียดนาม,เกาหลีใต้ อินเดีย, กลุ่มสอง คู่เจรจาหนัก เช่น จีน และสหภาพยุโรป และกลุ่ม 3 หลังสุดซึ่งไทยอยู่ในนั้น เป็นกลุ่มที่เขาไม่ต้องการเสียเวลามาก เพราะมีหลายประเทศการเจรจาก็ไม่ไดง่าย ถือเป็นเหตุผลทางเทคนิคในการเจรจาของฝั่งสหรัฐ

อีกส่วนหนึ่งที่สหรัฐยังไม่มาเจรจากับไทย อาจะเป็นเรื่องของนโยบายสร้างแรงกดดัน ซึ่งไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มพันธมิตรที่แนบนั่น ดังนั้นที่เขาไม่เรียกเราเจรจาจะสร้างความปั่นป่วน หรือบีบให้กลุ่มประเทศเหล่านั้น รวมถึงไทยยอมเขามากขึ้น ดังนั้นกำหนดเวลา 90 วันย่อมเป็นไปไม่ได้ต้องขยายเวลาแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ด่วน! รวบ “ริน ริน” ผู้ต้องหาจ้างแอร์สาวขนเฮโรอีนไปออสเตรเลีย

ด่วน! รวบ “ริน ริน” ผู้ต้องหาจ้างแอร์สาวขนเฮโรอีนไปออสเตรเลีย