
หุ้นเช้า31ม.ค.ปิดร่วง14.46 จุด
ตัชนีเคลื่อนไหวตั้งแต่เช้าย้ำอยู่แต่แดนลบโดยปิดที่ 967.37 จุด ลดลง 14.46 จุด หรือ 1.47 % แตะระดับสูงสุด 970.61 จุด และต่ำสุด 965.16 จุด มูลค่าการซื้อขาย 10,541 ล้านบาท
ตัชนีเคลื่อนไหวตั้งแต่เช้าย้ำอยู่แต่แดนลบโดยปิดที่ 967.37 จุด ลดลง 14.46 จุด หรือ 1.47 % แตะระดับสูงสุด 970.61 จุด และต่ำสุด 965.16 จุด มูลค่าการซื้อขาย 10,541 ล้านบาท
ตลอดภาคเช้าดัชนีหุ้นไทยมีทิศทางไหลรูดเช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก ที่มีความกังวลต่อสถานกาณ์ความรุนแรงในประเทศอียิปต์ แถมอาจมีแรงกระหน่ำซ้ำจากฟิทช์เรทติ้งส์ว่า จะประกาศทบทวนแนวโน้มความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลอียิปต์ โดยได้ปรับแนวโน้มลงสู่ระดับ "เป็นลบ"
อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยกดดันเรื่องความผันผวนของค่าเงินสกุลต่างๆ อีกครั้งที่นักลงทุนหันเข้าถือครองสินทรัพย์ที่ปลอดภัยรวมถึงสกุลเงินเหรียญสหรัฐที่กลับมาแข็งค่าอีกครั้ง และทำให้ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนเร็วอีกครั้ง
ทั้งนี้ บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วงนี้คือ แรงซื้อ-แรงขายของนักลงทุน
ต่างประเทศ ซึ่งเรามองว่าตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ยังยืนอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงต่อแรงขายของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญต้องติดตามดูทิศทางค่าเงินบาทซึ่งมีแนวโน้มอ่อนค่าลงได้อีก มีโอกาสทะลุ 31.0 บาท/เหรียญฯ ไปที่ 31.5 บาท/เหรียญฯ ได้ ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศเทขายหุ้นไทยอีกระลอก
สำหรับการลงทุนระยะสั้นที่ได้เข้าซื้อหุ้นในช่วงที่ดัชนีปรับตัวลงมาก่อนหน้านี้ น่าจะเน้นขายทำกำไร แล้วรอดูสถานการณ์อีกครั้ง โดยภาพรวมอาจต้องระมัดระวังการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่นักลงทุนต่างชาติ มีสัดส่วนการถือครองสูง
ส่วนนักลงทุนระยะกลางถึงยาวมองว่าให้รอหาจังหวะเข้าเก็บหุ้นในจังหวะที่ดัชนีมีการปรับตัวลงมาที่ระดับ 950-960 จุดอีกครั้ง โดยเรายังคงมุมมองการลงทุนในระยะกลาง-ยาว ในทิศทางที่ดีในปีนี้ และยังคาดว่าดัชนีปีนี้ยังน่าจะขึ้นไปทดสอบระดับ 1,200 จุดได้ หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังคงน่าจะเป็นกลุ่มที่เด่นสำหรับการลงทุนในปีนี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานอาจต้องเลือกเล่นเป็นรอบ ซึ่งรอบนี้เราชอบกลุ่มโรงกลั่น และปิโตรเคมี
ทั้งนี้แนะนำซื้อ TOP, PTTAR, PTTCH รวมไปถึง PTT ขณะที่กลุ่มส่งออกทั้งเกษตร (CPF, GFPT) และชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ (SVI, KCE) เริ่มน่าสนใจจากประเด็นบาท อ่อน ประเมินกรอบวันนี้ แนวรับ 972 จุด และ แนวต้าน 986 จุด
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 868 ล้านบาท ปิดที่ 340.00 บาท ลดลง 2.00 บาท (-0.58%)
BANPU มูลค่าการซื้อขาย 862 ล้านบาท ปิดที่ 740.00 บาท ลดลง 14.00 บาท (-1.86%)
KTB มูลค่าการซื้อขาย 675 ล้านบาท ปิดที่ 16.10 บาท ลดลง 0.70 บาท (-4.17%)
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 550 ล้านบาท ปิดที่ 6.65 บาท ลดลง 0.25 บาท (-3.62%)
PTTAR มูลค่าการซื้อขาย 443 ล้านบาท ปิดที่ 37.00 บาท ลดลง 0.50 บาท (-1.33%)







