
ธปท.ยันต้องขยับดอกเบี้ยอีกเพื่อคุมเงินเฟ้อ
ผู้ว่าการ ธปท.ชี้ปีนี้ต้องขยับดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อต่อไป แต่จะดูแลอัตราการปรับเหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และความเสี่ยงต่าง เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
ผู้ว่าการ ธปท.ชี้ปีนี้ต้องขยับดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อต่อไป แต่จะดูแลอัตราการปรับเหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และความเสี่ยงต่าง เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวถึงแนวทางการดำเนินนโยบายการทำงานในปีนี้ ว่า ความสมดุลนับเป็นหัวใจหลักในการดำเนินนโยบายการเงิน เมื่อเศรษฐกิจกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นโยบายการเงินจะต้องปรับเข้าสู่ภาวะสมดุลให้สอดคล้องกัน เพราะถ้ายังปล่อยให้ผ่อนคลายเกินพอดีแม้เศรษฐกิจจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ก็จะส่งแรงผลักดันต่ออัตราเงินเฟ้อเป็นเหตุให้ระบบเศรษฐกิจเสียสมดุลได้ ดังนั้น ในปีนี้ จึงจะเป็นปีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ยังมีความจำเป็นต้องทยอยปรับดอกเบี้ยขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง
“แต่การปรับดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้จะเป็นไปในอัตราและขนาดที่เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และความเสี่ยงต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอก เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย ซึ่งเป็นเรื่องอยากที่จะบอกว่าดอกเบี้ยเหมาะสมปีนี้อยู่ที่ระดับใด แต่พอจะบอกได้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จรองติดลบนั้น ไม่เป็นระดับที่เอื้อต่อความสมดุลทางเศรษฐกิจของประเทศในภาวะปกติ” นายประสารกล่าว
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ในส่วนของการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินบาท ธปท.จะยึดมั่นการปล่อยให้ค่าเงินเป็นไปตามกลไกตลาด จะไม่กำหนดกรอบการเคลื่อนไหว แต่จะให้ยืดหยุ่นตามความเหมาะสม ซึ่งในช่วงที่ผันผวนมากก็จะเข้าแทรกแซงดูแลบ้างให้ภาคธุรกิจปรับตัวได้
ทั้งนี้ ในภาวะที่เงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวน ธปท.ได้เตรียมความพร้อมการรับมือไว้รับความเสี่ยงความผันผวนใน 3 ด้าน คือ 1.การเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน ด้วยการจัดทำแผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ 2.สนับสนุนให้มีการใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมและเอื้อต่อการบริหารความเสี่ยงให้แก่ภาคเอกชน และ 3.การเตรียมความพร้อมในด้านมาตรการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งมีระดับความเข้มงวดแตกต่างกันตามสถานการณ์







