
หุ้นแบงก์ใหญ่เนื้อหอม
โพสต์ทูเดย์
— หุ้นธนาคารใหญ่เริ่มน่าสนใจ เจพีฯ เพิ่มน้ำหนักธนาคารกสิกรไทย เป้า 137 บาท “ฟินันเซีย” เพิ่มเป้าหุ้นกรุงเทพกรุงไทยเมื่อวันศุกร์ที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ราคาหุ้นธนาคารพาณิชย์ร่วงลงแรงยกแผง โดยธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ทรุดหนักที่สุด 5.69% หรือ 7 บาท ปิดที่ 116 บาท เกิดจากนักลงทุนขายหุ้นทำกำไรเมื่อหมดข่าวดีเรื่องผลประกอบการปี 2553 แต่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เจพี มอร์แกน ยังคงเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้น KBANK ให้ราคาเป้าหมาย 137 บาทต่อหุ้น
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยมีกำไรสุทธิ 2 หมื่นล้านบาท ในปี 2553 สูงกว่าเป้าหมายที่เจพีฯ คาดการณ์ 5% โดยเฉพาะกำไรสุทธิไตรมาส 4 จำนวน 5,300 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 48% และเติบโต 4% จากไตรมาส 3 สูงกว่าที่เจพีฯ คาดการณ์ 20% เนื่องจากสินเชื่อเติบโต 7.5% เทียบไตรมาส 4 ปี 2552
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับ เป้าหมายหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) เพิ่มขึ้นเป็น 195 บาท จากเดิม 185 บาท หลังกำไรสุทธิปี 2553 เป็นไปตามคาด 24,593 ล้านบาท คาดจ่ายปันผลจากกำไรครึ่งปีหลัง 2553 อีกหุ้นละ 3.50 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2%
นอกจากนี้ ได้เพิ่มเป้าหมายธนาคารกรุงไทย (KTB) ขึ้นเป็น 20.40 บาท จากเดิม 19.50 บาท หลังจากกำไรปี 2553 เป็นไปตามคาด แต่สินเชื่อเติบโตสูงเกินคาดมาก 16.4% จากปี 2552 และอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ปรับขึ้นมาเกือบ 14% จากเดิม 13% เป็นรองธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) KBANK และดีกว่า BBL
นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย คาดปีนี้ KTB กำไรสุทธิเติบโต 20% จากรายได้ดอกเบี้ยที่คาดว่าเติบโต 13% รายได้จากรายการที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโต 16% และต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลงจาก 57% ในปี 2553 มาอยู่ที่ 55% คงคำแนะนำซื้อราคาพื้นฐาน 23 บาท อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 2.6%







