
กระทุ้งมาบตาพุดอืด
เอ็นจีโอขยับเคลื่อนไหวอีกกดดันรัฐ เล็งยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเพิ่ม
โพสต์ทูเดย์
— เอ็นจีโอเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความประกาศ 11 กิจการรุนแรงตั้งองค์การอิสระขัดรัฐธรรมนูญนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านโลกร้อน เปิดเผยถึงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดยังไม่ดีขึ้น โดยภาคประชาชนเตรียมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ผ่านทางกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เกี่ยวกับการออกบัญชีรายชื่อ 11 กิจการรุนแรง ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 หรือไม่
รวมทั้งการจัดตั้งองค์การอิสระ โดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่ามีความถูกต้องหรือไม่ เพราะการออกกฎหมายลูกต้องออกเป็น พ.ร.บ. ไม่ใช่ใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
“
การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในมาบตาพุด ยังไม่ตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริง ปัญหาหลัก เช่น อากาศ น้ำเสีย กากอุตสาหกรรมยังไม่ได้ถูกจัดการให้ดีขึ้น การดูแลการปล่อยมลพิษยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนว่ามลพิษที่บอกว่าลดลง ลดลงจากเดิมมากน้อยแค่ไหน ขณะที่ภาคประชาชนมีการเรียกร้องให้จัดทำพื้นที่กันชน (บับเฟอร์โซน) ก็ยังไม่มีการเข้ามาดูแลในเรื่องนี้” นายศรีสุวรรณ กล่าว“
มลพิษหลัก3 อย่างในมาบตาพุด คือ อากาศน้ำเสียและกากอุตสาหกรรมยังไม่ได้ถูกแก้ไขให้ดีขึ้น ทุกฝ่ายบอกว่ามีความจริงใจที่จะทำแต่การปฏิบัติยังช้า และไม่ได้ทำกันอย่างจริงจัง” นายศรีสุวรรณ กล่าวนอกจากนี้ จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้เสนอต่ออนุกรรม การวินิจฉัยให้นำกิจการเหมืองแร่ทุกประเภทเข้าเป็นกิจการรุนแรง เนื่องจากที่ผ่านมากิจการเหมืองแร่ที่เข้าข่ายกิจการรุนแรง เป็นเฉพาะเหมืองแร่โลหะเท่านั้น
ด้านนายสุทธิ อัฌชาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า ภาคประชาชนไม่พอใจกับการแก้ปัญหามาบตาพุดที่ยังไม่มีความคืบหน้า แม้รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณเข้าไปแก้ปัญหาแต่ไม่เห็นจะมีอะไรใหม่ โดยเฉพาะเรื่องการจัดทำผังเมือง
ที่ขณะนี้ภาคประชาชนอยู่ระหว่างการทำข้อมูล เพื่อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ในเรื่องการปรับผังเมืองใหม่ โดยคาดว่าจะยื่นเรื่องได้ในช่วงเดือนก.พ. 2554
ทั้งนี้ จะเสนอให้มีการลดพื้นที่สีม่วง หรือพื้นที่ภาคอุตสาหกรรม เพราะมองว่ามีพื้นที่เยอะเกินความจำเป็น และบางแห่งทับซ้อนกับพื้นที่ชุมชน จึงต้องการปรับให้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น และหากทำเสร็จแล้วไม่ดำเนินการตามจะดำเนินการฟ้องร้องต่อไป
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การดูแลการลงทุนในมาบตาพุดหลังจากนี้ จะเน้นส่งเสริมการลงทุนให้แก่กิจการที่มีเทคโนโลยีในการลดการปล่อยมลพิษ หรือกิจการที่ต้องการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อติดตั้งเทคโนโลยีที่ ช่วยลดมลพิษโดยใช้สิทธิประโยชน์เดิมที่มีอยู่แล้วไม่ได้เป็นสิทธิประโยชน์ใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ว่าจะไม่มีการนำอุตสาหกรรมที่เป็นมลพิษเข้ามาเพิ่มในพื้นที่มาบตาพุดอีกแล้ว
นอกจากนี้ อาจจะมีการพิจารณาในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) เพิ่มสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับอุตสาหกรรมที่ปล่อยของเสียเป็นศูนย์
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ครม.เศรษฐกิจมีมติออกกำหนดการปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น ถือเป็นมาตรการที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในอนาคต เพื่อลดปัญหามลพิษกับชุมชน







