posttoday
กูรูมองสงครามอิสราเอล-ฮามาสส่อบานปลายส่งราคาทองสัปดาห์นี้แตะ1,950บาท

กูรูมองสงครามอิสราเอล-ฮามาสส่อบานปลายส่งราคาทองสัปดาห์นี้แตะ1,950บาท

16 ตุลาคม 2566

ฮั่วเซ่งเฮงวิเคราะห์ราคาทองคำสัปดาห์นี้ จากสงครามอิสราเอล-ฮามาสส่อบานปลาย คาดส่งราคาทองสัปดาห์นี้พุ่งทะลุ 1,950 บาท ด้าน YLG มองราคาร้อนแรงและแกว่งตัวผัวผวนเพิ่ม 

มุมมองแนวโน้มราคาทองสัปดาห์นี้ของฮั่วเซ่งเฮงระบุว่าราคาอาตปรับขึ้นแตะ 1,950 ดอลลาร์ จากปัจจัย Gold Bullish ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตภาคธนาคาร และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ สงครามยูเครน-รัสเซีย สงครามอิสราเอล-ฮามาส ขณะที่ปัจจัยด้าน Gold Bearish คือ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ระดับสูงที่ยาวนานขึ้น

สงครามอิสราเอล-ฮามาสส่อแววบานปลาย จะหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นแตะ 1,950 ดอลลาร์ได้ 

ราคาทองคำ spot ในวันศุกร์ปรับตัวขึ้นแรง ปิดตลาดที่ 1,932 ดอลลาร์ ปรับขึ้นกว่า 63.74 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3.41% จากวันก่อน เนื่องจากมีแรงซื้อทองคำเข้ามาในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากสงครามอิสราเอล-ฮามาสที่เริ่มร้อนระอุมากขึ้น หลังจากที่อิสราเอลเรียกร้องให้อพยพออกจากฉนวนกาซาภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากจะโจมตีกวาดล้างฮามาส ทำให้นักลงทุนมีความกังวลว่าสงครามจะขยายวงกว้างมากขึ้นและจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันของประเทศในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วจากเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาการปะทะกันของสงครามอิสราเอลจะจบภายในระยะเวลาอันสั้นเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แต่สงครามของอิสราเอล-ฮามาสในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับอิสราเอลเป็นอย่างมาก จึงอาจเป็นเหตุให้อิสราเอลต้องการกวาดล้างฮามาส และอาจนำไปสู่ความไม่พอใจของฝั่งประเทศที่สนับสนุนปาเลสไตน์ได้ และการที่อิสราเอลตัดสินใจเริ่มบุกโจมตีพื้นดินเข้าสู่ฉนวกกาซา

ขณะเดียวกันก็มีการโจมตีข้ามพรมแดนกันระหว่างอิสราเอลและฝั่งตอนโต้ของเลบานอน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งจากอิหร่าน โดยตัวแปรที่สำคัญที่อาจจะส่งผลทำให้สงครามขยายวงกว้าง คือ อิหร่าน ที่จะเข้าร่วมวงสงครามหรือไม่

เพราะถ้าแค่ปาเลสไตน์และอิสราเอลยังไม่มีผลกระทบเศรษฐกิจโลกมากเท่าไหร่นัก และอยู่วงจำกัดเท่านั้น เนื่องจากปาเลสไตน์ไม่มีการผลิตน้ำมัน ส่วนอิสราเอลผลิตน้ำมันแค่วันละ 300,000 บาร์เรลเท่านั้นเอง แต่ตัวแปรหลักอยู่ที่อิหร่าน ที่ออกมาสนับสนุนปาเลสไตน์ หากอิหร่านออกมาแสดงตนเต็มตัวในการร่วมทำสงครามครั้งนี้ จะส่งผลต่อราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นอย่างมาก

โดยมีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นแตะ 100 เหรียญต่อบาร์เรล เนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่า อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซมีการขนส่งน้ำมันวันละ 17.2 ล้านบาร์เรลเลยทีเดียว คิดเป็นสัดส่วนกว่า 20% ของการขนส่งน้ำมันโลก  โดยยูเออี คูเวต อิหร่าน กาตาร์ บาห์เรน และอิรัก ต่างใช้เส้นทางนี้ขนส่งน้ำมัน ซึ่งถ้าเส้นทางนี้ปิดก็จะส่งผลต่ออุปทานน้ำมันโลก ขณะที่รัสเซีย และซาอุดิอาระเบีย ลดกำลังการผลิตน้ำมันจนถึงสิ้นปี ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำมันตึงตัว อาจทำให้บางประเทศเกิดการขาดแคลนน้ำมันได้

ขณะที่น้ำมันพุ่งขึ้น ภาวะสงครามอิสราเอล-ฮามาส ก็ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นเช่นกัน และหากสงครามยืดเยื้อมากขึ้นอาจทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะ 1,950 ดอลลาร์ได้ นอกจากนี้สงครามที่ขยายวงกว้างขึ้นไปสู่ตะวันออกกลาง อาจทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย

ทั้งนี้ข้อมูลจาก Bloomberg ได้มีการประมาณว่าอาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกลดลงเหลือ 1.7% เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ทำให้ผลผลิตโลกลดลงประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งในอดีตสงครามอาหรับ-อิสราเอลในปีค.ศ. 1973 (พ.ศ. 2516) นำไปสู่การคว่ำบาตรน้ำมันและเกิดภาวะเงินฝืดในระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเป็นเวลาหลายปี และ ณ ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกพึ่งฟื้นตัวจากภาวะเงินเฟ้อ สงครามในประเทศที่ผลิตน้ำมันอาจทำให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับการที่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้าของสหรัฐด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ราคาทองคำคาดจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากสงครามที่ร้อนระอุ ทำให้คาดว่าจะมีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย รวมทั้งวันศุกร์ราคาทองคำปิดที่จุดสูงสุดของวันและทะลุเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ 1,930 ดอลลาร์ขึ้นมาได้ สัปดาห์นี้ติดตามสงครามอิสราเอล-ฮามาส และการเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด 12 เขต  (Beige Book)

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะเปิดเผย ได้แก่ ดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์กเดือนต.ค. ยอดค้าปลีกเดือนก.ย. การอนุญาตก่อสร้างบ้านและการเริ่มก่อสร้างบ้านเดือนก.ย. สัปดาห์นี้ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่  1,900 ดอลลาร์ และ 1,890 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้าน 1,950 ดอลลาร์ และแนวต้าน 1,970 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองแท่งในประเทศมีแนวรับ 32,800 บาท และ 32,600 บาท ขณะที่มีแนวต้านที่ 33,100 บาท และ 33,300 บาท

ด้านคำแนะนำจาก YLG มองว่า ด้วยราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง อาจส่งผลให้ราคาแกว่งตัวผัวผวนเพิ่มขึ้น  หากราคาย่อตัวลงสามารถเคลื่อนไหวเหนือแนวรับ แนะนำเสี่ยงเปิดสถานะซื้อทำกำไรระยะสั้น ประเมินแนวรับโซน 1,902-1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์   สถานะซื้อตัดขาดทุนหากราคาหลุด 1,884 ดอลลาร์ต่อออนซ์  เน้นทำกำไรจากการแกว่งตัว  โดยปิดสถานะซื้อทำกำไรหากราคาปรับตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน 1,947-1,952 ดอลลาร์ต่อออนซ์หากผ่านได้สามารถถือสถานะซื้อต่อ  

สำหรับปัจจัยพื้นฐานที่ต้องจับตามมองคือ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ราคาทองคำพุ่งขึ้นแรงถึง 63.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หลังสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ เกิดการปะทะที่ขยายวงกว้างอย่างรุนแรงถึง 3 พื้นที่ ได้แก่

1.ฉนวนกาซา หลังอิสราเอลขีดเส้นตายให้พลเมืองอพยพ ภายในเสาร์ 14 ต.ค.  ซึ่งล่าสุด มียอดผู้เสียชีวิตในกาซากว่า 2,300  ราย และบาดเจ็บทะลุ 9,000 ราย  2.ชายแดนติดเลบานอน หลังกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ยิงขีปนาวุธ ใส่หมู่บ้าน Shtula ของอิสราเอล  เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังอิสราเอล เจอวัตถุบินได้ข้ามล้ำมา  3.สนามบิน Aleppo และ Damascus ของซีเรีย  หลังอิสราเอลได้เข้าโจมตีเพื่อตัดเส้นทางที่อิหร่านกำลังส่งอาวุธผ่านซีเรีย เพื่อเปิดแนวรบที่สองต่ออิสราเอล  

อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยเหล่านี้ จึงหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ให้พุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดที่ 1,932 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ทั้งนี้ ทองยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจาก สหรัฐเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคร่วงลงต่ำกว่าคาดการณ์ 

สรุปปัจจัยที่ต้องติดตาม

เวลา ประเทศ รายการ Impact Forecast Previous
11:30 ญี่ปุ่น การผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือนส.ค. (+/-) 0.00% 0.00%
16:00 ยุโรป ยอดดุลการค้า เดือนส.ค. (+) 5.4B 2.9B
19:30 สหรัฐฯ ดัชนีภาคการผลิต รัฐนิวยอร์ก (Empire State) (+) -6.4 1.9
21:30 สหรัฐฯ FOMC Member Harker Speaks - - -

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด อาร์เซน่อล พบ แอต.มาดริด UCL วันนี้ 5 พ.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด อาร์เซน่อล พบ แอต.มาดริด UCL วันนี้ 5 พ.ค.69