posttoday
ธปท.สั่งแบงก์ทำหนังสือแจงลูกค้ากรณีไม่อนุมัติสินเชื่อ

ธปท.สั่งแบงก์ทำหนังสือแจงลูกค้ากรณีไม่อนุมัติสินเชื่อ

21 มกราคม 2553

ธปท.สั่งธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งชี้แจงเหตุผลการไม่อนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษร เริ่ม 1 เม.ย.ปีนี้ ด้านแบงก์ระบุไม่กระทบต้นทุนบริการ

ธปท.สั่งธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งชี้แจงเหตุผลการไม่อนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษร เริ่ม 1 เม.ย.ปีนี้ ด้านแบงก์ระบุไม่กระทบต้นทุนบริการ

 

ธปท.สั่งแบงก์ทำหนังสือแจงลูกค้ากรณีไม่อนุมัติสินเชื่อ

น.ส.พิมพา ถาวรายุศม์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ออกประกาศให้ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ และสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศทุกแห่ง รวมทั้งบริษัทเงินทุน(บง.) และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ทุกแห่ง ทำการชี้แจงเหตุผลของการไม่อนุมัติสินเชื่ออย่างเป็นลายลักษณ์อักษรให้กับลูกค้าที่มาขอสินเชื่อ เพราะที่ผ่านมาธปท.และศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อ ได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนว่าไม่ได้รับการชี้แจงจากสถาบันการเงินถึงสาเหตุที่ไม่ปล่อยกู้ให้ชัดเจน

นอกจากนี้ ในการสำรวจธปท.ยังพบว่าปัจจุบันสถาบันการเงินมีแนวปฏิบัติในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อที่แตกต่างกัน ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และอาจก่อให้เกิดภาพลักษณ์ในเชิงลบต่อระบบสถาบันการเงินโดยรวมได้

ดังนั้น เพื่อสร้างแนวปฏิบัติให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันและเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีของประชาชน รวมถึงให้ลูกค้าผู้ที่จะมาขอสินเชื่อได้นำข้อมูลที่ถูกต้องนี้ ไปปรับปรุงศักยภาพให้ดีขึ้น เพื่อจะได้สามารถขอสินเชื่อได้ใหม่ในอนาคต

ทั้งนี้ ธปท.จึงขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินทุกแห่งถือปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้ คือ 1.สถาบันการเงินทุกแห่งต้องจัดให้มีช่องทางการชี้แจงสิทธิของผู้ขอสินเชื่อเป็นการเฉพาะ เพื่อให้ผู้ขอกู้สามารถขอหนังสือชี้แจงเหตุผลการไม่อนุมัติกู้ หรือ ขอคืนเอกสาร หรือ ตลอดจนการขอรับทราบวิธีการร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นข้อสงสัยได้อย่างชัดเจน สะดวกสามารถเข้าถึงโดยง่าย แต่ต้องไม่ให้การขอใช้สิทธิเหล่านี้มีผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ

2.ในการชี้แจงสาเหตุการไม่อนุมัติสินเชื่อ สถาบันการเงินต้องระบุเหตุผลที่สำคัญของการไม่อนุมัติให้ชัดเจน เช่น ถ้าคุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อไม่ผ่านมาตรฐานการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินนั้นๆ ก็ควรระบุรายละเอียดที่เกี่ยวด้วยว่าคุณสมบัติที่ไม่ผ่านคืออะไร เช่น รายได้ผู้ขอกู้ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ มูลหนี้ของผู้ขอกู้ในปัจจุบันสูงเกินเกณฑ์ เป็นต้น หรือ ถ้าไม่อนุมัติเพราะเงื่อนไขวัตถุประสงค์ของผู้ขอกู้ไม่สอดคล้องกับนโยบายหรือเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด หรือ ด้วยเหตุผลอื่นๆที่เห็นควร อย่างเช่น ไม่อนุมัติเพราะข้อมูลเครดิต ก็ต้องชี้แจงลูกค้าให้ชัดเจนเช่นกัน เพราะมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545ได้ กำหนดให้สถาบันการเงินต้องแสดงเหตุผลการปฏิเสธให้สินเชื่อแก่ผู้ขอกู้เป็นหนังสือด้วย

และ 3.หากผู้ขอกู้ประสงค์จะขอรับเอกสารสำคัญ ที่ได้คืนยืนไว้ในการขอพิจารณาสินเชื่อคืน เช่น งบการเงิน แผนการประกอบธุรกิจ เอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ธนาคารพาณิชย์ต้องดำเนินการคืนเอกสารดังกล่าวในเวลาอันสมควรด้วย โดยแนวปฎิบัติข้างต้นนี้ ธปท.ให้สถาบันการเงินทั้งหมดถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ปีนี้เป็นต้นไป  

ก่อนหน้านี้ ประมาณกลางปี 2552 เป็นต้นมาศูนย์ประสานงานการแก้ไขปัญหาการปล่อยสินเชื่อ ธปท.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนหลายร้อยราย ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาปล่อยกู้ เพราไม่รู้ว่าเหตุผลการไม่ให้กู้คืออะไร โดยส่วนใหญ่ได้รับการแจ้งจากธนาคารพาณิชย์แค่ว่า ไม่ผ่านเนื่องจากติดปัญหาเครดิตบูโร หรือ ติดแบล็คลิส

นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายผลิตภัณฑ์สินเชื่อลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การกำหนดแนวปฏิบัติของธปท.คงทำให้ต้นทุนการบริการเพิ่มขึ้นบ้าง แต่คงไม่มากนัก และอาจจะทำให้การปฏิบัติมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นบ้าง แต่คงไม่ยุ่งยากมาก แม้ว่ารายการยื่นขอสินเชื่อจะมีปริมาณมาก เนื่องจากปกติธนาคารก็ต้องแจ้งเหตุผลที่ไม่อนุมติให้ลูกค้าทราบอยู่แล้ว โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย ทั้งสินเชื่อบ้าน รถยนต์ สินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต ที่รู้ค้าอยากทารบผลเร็วๆเพราะถ้าไม่ได้ลูกค้าจะได้ไปหาช่องทางอื่น เพียงแต่รูปแบบในการแจ้งอาจจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับกรอบเวลาการพิจารณาของสินเชื่อแต่ละประเภท ซึ่งอาจจะเป็นทางจดหมาย ข้อความเอสเอ็มเอสทางมือถือ ฯลฯ

“เกณฑ์นี้คงไม่ได้มีผลให้เราอนุมัติสินเชื่อเพิ่มขึ้นเพราะเรามีเกณฑ์การพิจารณาชัดอยู่แล้ว แต่อาจทำให้ต้องปรับรูปแบบการทำงาน การบริการบ้าง แต่คิดว่าคงไม่ผลกระทบอะไรมากนัก ส่วนการปฎิบัติหรือรูปแบบบริการเราจะต้องเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหนคงต้องขอไปดูรายละเอียดของประกาศธปท.ก่อน” นายรุ่งเรืองกล่าว

ด้านนายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เกณฑ์ใหม่ไม่น่ามีผลกระทบอะไรมาก และคงไม่ได้ทำให้สินเชื่อโตได้มากขึ้น น่าจะเป็นเพียงการสร้างมาตรฐานการให้บริการที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามแนวโน้มการขยายตัวของสินเชื่อปีนี้น่าจะดีขึ้น แต่คงไมได้โตมากระดับ 10% เพราะธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้น่าจะโตระดับ 3-4% เท่านั้น

ฉะนั้นสินเชื่อไม่น่าจะโตได้มากขนาดนั้น เนื่องจากภาคที่ปรับตัวดีขึ้นมีเพียงภาคส่งออก ส่วนการลงทุนก็ยังไม่ได้ขยายตัวมาก เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์การเมือง วิกฤตการเงินที่ไม่นิ่ง  การระบาดของไข้หวัดรอบใหม่ และปัญหามาบตาพุดอยู่ แต่ก็เชื่อว่าครึ่งปีหลังสินเชื่อน่าจะขยายตัวได้มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย