
CEA ปักหมุดหมายงานสร้างสรรค์ครั้งยิ่งใหญ่ กับงาน CREATIVE BUSINESS CONNEXT
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ชูความสำเร็จงาน CREATIVE BUSINESS CONNEXT ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อสร้างให้เป็นหมุดหมายแห่งงานสร้างสรรค์ครั้งใหญ่ประจำปี มุ่งจุดประกายไอเดียเชื่อมต่อโอกาสใหม่ทางธุรกิจให้นักสร้างสรรค์ไทย
ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวต้อนรับนักสร้างสรรค์ไทยว่า “CEA ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ผ่านองค์ความรู้ต่าง ๆ อีกทั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมและธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยในภาพรวมได้ จึงได้จัดงาน CREATIVE BUSINESS CONNEXT ในครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อสร้างหมุดหมายใหม่ที่จะยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย พร้อมสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมต่อเวทีทางความคิดสร้างสรรค์ จุดประกายให้นักสร้างสรรค์ไทยเกิดความตื่นตัว พร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งท้าทายใหม่ ๆ รวมถึงมีเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิด และโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ เพื่อเปิดโลกทัศน์ที่กว้างไกล และสามารถปรับตัวให้เท่าทันโลกต่อไป”
โดยมีเป้าหมายมุ่งจุดประกายไอเดียเชื่อมต่อโอกาสใหม่ทางธุรกิจให้นักสร้างสรรค์ไทยตลอดจนสร้างเครือข่ายให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิด และโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรม 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ Creativities Unfold, Creative Business Space และ Creative Excellence Awards โดยมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 700 คน
เริ่มต้นด้วยงาน CREATIVITIES UNFOLD งานชุมนุมทางความคิดสร้างสรรค์ ที่จัดขึ้นภายใต้ธีม “VISIONAIRE: Reminisce/The Way Forward - แปลงอดีต เปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคต” โดยได้รับเกียรติจาก 5 ผู้นำความคิดระดับนานาชาติแห่งโลกธุรกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้นำเสนอมุมมองสร้างสรรค์วิถีใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Jaime Hayon (ไฮเม่ ฮายอน), พีพี-พัทน์ ภัทรนุธาพร, Kentaro Kimura (เคนทาโร คิมูระ), Stephen Jenner (สตีเฟน เจนเนอร์) และ Lyndon Neri (ลินดอน เนรี่)
Jaime Hayon (ไฮเม่ ฮายอน) จาก Jaime Hayon Studio ดีไซเนอร์ชาวสเปนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ที่มาในหัวข้อ “Design Follows Function, and Then What?” - สเต็ปถัดไปหลังแนวคิด “ประโยชน์ใช้สอยมาก่อนดีไซน์” ได้ถ่ายทอดมุมมองถึงงานดีไซน์ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงนั้นควรเต็มไปด้วยความสนุกสนาน น่าตื่นเต้น ด้วยการผสานประสบการณ์ต่าง ๆ ปรับแต่งให้เหมาะสมกับบริบทยุคใหม่ โดยไม่แปลกแยก
กล่าวได้ว่า ไฮเม่คือนักออกแบบแห่งยุคสมัยที่น่าสนใจ กับเฟอร์นิเจอร์สไตล์เมดิเตอเรเนียนที่มีสีสันสดใสเฉพาะตัวและมีความสนุกสนานในเนื้อหา เบ่นผลงานสร้างชื่ออย่าง เก้าอี้ rocking chair ลานหมากรุกที่จตุรัสทราฟัลก้า กรุงลอนดอน เขามองงานตัวเองว่าคือ AI ที่มาจากคำว่า Art intelligence หรือ ศิลปะประดิษฐ์ เขาคือคนที่มองไปข้างหลัง มองไปในอดีต ชีวิต มุมมองระหว่างงานและศิลปะที่อยู่เบื้องหลัง เขามักคิดอยู่เสมอว่า เราจะสามารถปรับปรุงผลงานยังไงให้ดีขึ้นในอนาคต ยกตัวอย่างแจกันอิเคบานะ ผลงานที่เขาภาคภูมิใจที่ทำให้การเสียบดอกไม้ลงไปในแจกันนุ่มนวลขึ้น
"การเล่าเรื่องผ่านงานของคุณ จะทำยังไงให้มันน่าสนใจ คุณมองเห็นประวัติศาสตร์ เห็นความอบอุ่นในงานศิลปะไหม เช่น เก้าอี้ ที่ผมมองเห็นการโอบกอดกันไม่ใช่แค่เก้าอี้...ผมชอบความกลม ชอบขาของนักบัลเลต์ จึงเอามาออกแบบเป็นขาเก้าอี้ หลังของผู้หญิงมาเป็นพนักเก้าอี้ พยายามหาความสนุกสนานมาปรับเข้ากับงาน"
ไม่มีอะไรดีไปกว่าการร่วมมือกับชุมชนเพื่อสร้างสิ่งสร้างสรรค์ ดวงตาที่สามสำคัญมากที่จะทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ๆ ผมเดินทางทั่วโลกเพื่อหามุมมองใหม่ๆ
ก่อนทิ้งท้ายว่า "15 ปีที่ผ่านมา ผลงานก็คือ ภาษาของผมเอง การสื่อสารของผมเอง เป็นตัวของผมเอง คือความสนุกสนาน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องสนุกกับมัน และอนาคตต้องดีกว่าเดิม"
สำหรับไฮเม่ เขามองว่า ปัญญาประดิษฐ์ คือความวุ่นวาย และ
"ระบบนิเวศน์ที่ดีที่สุดของผมคือบาร์ บาร์คือสถานที่ที่ดีที่สุดของผม"
พีพี-พัทน์ ภัทรนุธาพร จาก MIT Media Lab นักเทคโนโลยี นักวิจัย ที่ลุ่มหลงการผนึกกำลังของมนุษย์และ AI อย่างสร้างสรรค์ ที่มาในหัวข้อ “Human + AI for the Future of Entertainment & Storytelling” - มนุษย์ + AI การผนึกกำลังแห่งอนาคตเพื่อความบันเทิงและการเล่าเรื่อง แบ่งปันเรื่องราวของเทคโนโลยีสุดล้ำที่น่าตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็น Bio-Digital Symbiosis ไปจนถึง Cyber-Biome ที่เขาเชื่อว่าจะช่วยปลดล็อกความสามารถใหม่ ๆ ได้มากมาย ตั้งแต่ความสามารถในการตัดสินใจที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย Human-AI Symbiosis, สุขภาพที่ดีขึ้นด้วย Closed-Loop Wearables, ความสามารถในการค้นพบตัวตนด้วย Virtual Human และการเพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้ด้วย AI Generated Character และเล่าถึง EMOTICON- โปรเจคแสดงสีหน้าของคน
พีพีเล่าถึง เรื่องราวที่ AI จะเชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกันทั้งใน อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ส่วนคำถามที่ว่า เอไอจะเป็นตัวแทนของมนุษยชาติได้หรือเปล่า? นั้น
"ผมมองว่า การมองว่าเอไอจะมาแทนที่มนุษย์นั้นน่าเบื่อ เพราะเราควรคิดว่าจะใช้เอไอมาร่วมทำงานกับมนุษย์ มาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน คือ การใช้เทคโนโลยีมาขยายประสิทธิภาพของการทำงานมากกว่า"
พร้อมกับยกคำกล่าวของศาสตาจารย์ ยูวาล โนอาห์ แฮรารี เป็นนักประวัติศาสตร์และนักเขียนชาวยิวชื่อดังที่ว่า "เทคโนโลยีเรียนรู้ตัวเราได้มากกว่าเราเรียนรู้จากตัวเอง"
เขาเล่าถึงการใช้เอไอเป็นเหมือนไทม์แมชชีน เอไอช่วยจินตนาการ การพูดคุยกับเอไอที่เป็นตัวเราในอนาคต ช่วยให้เราเห็นเป้าหมายได้ชัดเจนขึ้น เพื่อการเป็นตัวเองที่ดีขึ้นในอนาคต
ไปจนถึง เอไออ่านความต้องการในคลื่นสมองช่วยสั่งอาหารได้ตามความต้องการ แล้วพิมพ์อาหารออกมาเป็นอาหารตามที่ประมวลผลจากสมองมา
เรามาคิดกันดีกว่าว่า จะทำยังไงให้เอไอทำงานร่วมกับมนุษยชาติได้ เอไอจะเชื่อมโยงเราในบริบทต่างๆ ได้อย่างไร เป้าหมายในการใช้เอไอ คือสร้างสรรค์สิ่งที่ดีมากกว่านี้ เพื่อจินตนาการถึงอนาคต
ตอกย้ำความคิดว่า "เอไอคือเทคโนโลยีช่วยการเล่าเรื่อง คือปัญญา และผู้เดินทางผ่านกาลเวลา"
Kentaro Kimura (เคนทาโร คิมูระ) จาก Hakuhodo ผู้นำทางความคิดสร้างสรรค์ชาวญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาแนวหน้าของโลก ในหัวข้อ “Unimagined Cultural Solutions: A Global Journey into the Future Creativity” ชวนผู้ฟังเข้าใจความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชน ไปพร้อมกับมุมมองในด้านของความคิดสร้างสรรค์จากการนำเสนอ Solutions ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับทุกประเทศ จนเกิดเป็น Solutions ที่เชื่อมโยงไปกับวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน
Stephen Jenner (สตีเฟน เจนเนอร์) จาก Motion Picture Association นักสื่อสารมวลชนและที่ปรึกษาในอุตสาหกรรมภาพยนตร์คนสำคัญคนหนึ่งของโลก ในหัวข้อ “Mission Possible: The Rise & Rise of the Asia Pacific Screen Industry” เจาะลึกไปกับการเล่าเรื่องผ่านภาพยนตร์ กับการเติบโตที่ไม่หยุดยั้งของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในเอเชียแปซิฟิก
Lyndon Neri (ลินดอน เนรี่) จาก Neri & Hu สถาปนิกแห่งเอเชียผู้สร้างวิสัยทัศน์ให้โลกผ่านผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ เน้นแปลงไอเดียให้เต็มเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชันการใช้งาน และอ้างอิงถึงบริบทที่เหมาะสม ในหัวข้อ “Liminality: การก้าวข้ามพรมแดนทางการคิดเชิงสถาปัตยกรรม” กับการตอกย้ำแนวคิดต่อนักออกแบบสถาปัตยกรรมไม่ใช่เพียงแค่ ‘สร้าง’ แต่ต้อง ‘รักษา’ เค้าโครงจากอดีตสืบต่อมาจนถึงยุคปัจจุบันด้วย
ในขณะเดียวกัน ยังมีส่วนของ Creative Business Space ที่เป็นการเปิดพื้นที่ Business Matching ให้กลุ่มสตูดิโอและผู้ประกอบธุรกิจสร้างสรรค์ ได้แลกเปลี่ยนและต่อยอด เชื่อมโยงโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในหัวข้อ “Creative Gastronomy” เพื่อตอบสนองการเติบโตของธุรกิจบริการและอุตสาหกรรมอาหารผลักดันเพื่อสร้างตัวตน เอกลักษณ์ และประสบการณ์ความแปลกใหม่ โดยในงานนี้ได้รวมรวบกลุ่มธุรกิจบริการประเภทอาหารสร้างสรรค์ โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ ได้แก่
- กลุ่มออกแบบพื้นที่และประสบการณ์ เช่น WhiteSpace, Party/Space/Design, Hiuppu Design, Silpin เป็นต้น
- กลุ่มที่พัฒนาแบรนด์และคอนเทนต์ เช่น ARN Creative Studio, The Co-Creative, Wide & Narrow เป็นต้น
- กลุ่มดนตรี เช่น PNR: All about Music เป็นต้น
- กลุ่มการออกแบบอาหาร และสไตลิสต์ เช่น Karb Studio เป็นต้น
- กลุ่มเทคโนโลยีสร้างประสบการณ์ เช่น FabCafe Bangkok, Yellaban เป็นต้น
และสุดท้าย ทาง CEA ยังได้จัดงาน Creative Excellence Awards หรือ CE Awards เวทีประกาศรางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกกับการมอบรางวัลให้กับนักสร้างสรรค์ตัวจริงที่นำความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) มาประยุกต์ใช้ในการสร้างให้เกิดคุณค่า (Value Creation) ที่ก่อให้เกิดผลกระทบ (Impact) ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม เพื่อต่อยอดไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ ซึ่งได้รับเกียรติจากนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาเป็นผู้มอบรางวัล
โดยในปีนี้แบ่งเป็น 3 สาขา ทั้งหมด 15 ประเภท มีจำนวนทั้งสิ้น 28 รางวัล ประกอบด้วย
1) Creative City Awards รางวัลการพัฒนาย่าน สถานที่ชุมชน หรือเมือง รวมทั้งกิจกรรมที่ดึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ 1.) Festival 2.) Branding 3.) Cultural Asset 4.) Regeneration 5.) Advocacy
2) Creative Business Awards แบ่งเป็น 2 สาขา ได้แก่ 1.) Sustainability Awards รางวัลสำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการหรือโครงการที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่
1.) Sustainable Product Award (For Large Organization) 2.) Sustainable Product Award (For SME & Community) 3.) Sustainable Project Award (For Large Organization) 4.) Sustainable Project Award (For SME & Community)
และ 2.) Value Creation Awards รางวัลของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างคุณค่าเพิ่มในเชิงธุรกิจ ทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ 1.) Value Creation และ 2.) Cross-Sector Collaboration
3) Creative Social Impact Awards รางวัลสำหรับการนำความคิดสร้างสรรค์ไปประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ไขหรือคลี่คลายประเด็นต่าง ๆ ทางสังคม จำนวน 4 ประเภท ได้แก่ 1.) Community Engagement 2.) Creative Well-Being 3.) Creative for Elderly และ 4.) Creative Education
ด้าน ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวปิดท้ายว่า “ทาง CEA หวังเป็นอย่างยิ่งว่า งาน CREATIVE BUSINESS CONNEXT จะสามารถช่วยส่งเสริม ต่อยอด และยกระดับความสามารถของบุคลากรสร้างสรรค์ผ่านเวทีแห่งการให้ความรู้สร้างแรงบันดาลใจโดยผู้นำความคิดระดับโลกเกี่ยวกับเทรนด์และทิศทางของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในอนาคต อีกทั้ง ยังมีพื้นที่สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงนักสร้างสรรค์เข้ากับภาคธุรกิจตลอดจนการให้รางวัลสำหรับผู้ที่สร้างผลงานได้ดีเยี่ยมในปีที่ผ่าน ๆ มา เพื่อเป็นแบบอย่าง และแนวทางให้กับนักสร้างสรรค์คนอื่นที่จะได้สร้างผลงานที่สร้างความยั่งยืนอย่างสร้างสรรค์ให้กับประเทศต่อไป”







