
ฟิทช์ห่วงท่องเที่ยวค้าปลีกอสังหา
โพสต์ทูเดย์
— ฟิทช์ยังห่วง 3 ธุรกิจ ท่องเที่ยว ค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์ เปราะบางต่อเศรษฐกิจและการเมืองนายเลิศชัย กอเจริญรัตนกุล ผู้อำนวยการภาคธุรกิจและกองทุน ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า มุมมองของฟิทช์ในขณะนี้ที่มีต่อภาคธุรกิจของไทยได้จับตา 3 ธุรกิจ คือ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้จะเป็นมุมมองที่มีมาตั้งแต่ปี 25512552 หรือในช่วงที่ประเทศเผชิญกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองก็ตาม
ขณะนี้ระดับความกังวลที่มีต่อ 3 ภาคธุรกิจดังกล่าวจะลดลงตามภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว แต่ยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความเปราะบางต่อสภาพเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ จึงยังเป็นกลุ่มที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง เพราะหากภาพของเศรษฐกิจและการเมืองมีความคลุมเครือย่อมจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจเหล่านี้
“แม้ว่า 3 ธุรกิจนี้จะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 23 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นมาก เช่นในส่วนของธุรกิจท่องเที่ยวไม่ได้โตแรง ดังนั้นธุรกิจโรงแรมถึงจะไม่ได้เลวร้ายลง แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้นมาก” นายเลิศชัย กล่าวทางด้านของธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ในปีที่ผ่านมาจะรับผลดีจากเศรษฐกิจขยายตัวดี แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2554 สิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดลง ทำให้ธุรกิจนี้ต้องอาศัยปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก เช่นเดียวกับธุรกิจค้าปลีก ซึ่งทางฟิทช์ประเมินว่าเศรษฐกิจของไทยปีนี้จะขยายตัว 34% เทียบกับ 6% ในปีที่ผ่านมา
สำหรับภาคธุรกิจจะมีการขยายตัวดีในปีนี้คือกลุ่มน้ำมัน ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงกว่า 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ส่วนต่างราคา (มาร์จิน) สูงกว่าปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ที่ผ่านมา ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้ผลดำเนินงานน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานี มีความมั่นใจถึงขนาดว่าจะเห็นกำไรสุทธิหลังจากธุรกิจย่ำแย่มานานกว่า 3 ปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง เริ่มตั้งแต่การปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ยาวมาถึงการเผาบ้านเผาเมืองเมื่อปี 2553
ขณะที่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าผลการดำเนินงานในปีนี้จะดีไม่เท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดลง และยังถูกภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นมาซ้ำเติมบรรยากาศการทำธุรกิจและการซื้อที่อยู่อาศัย แต่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายใหญ่ได้มีมาตรการมารองรับแล้ว เห็นได้จากยอดการขายและการโอนยังมีต่อเนื่องมาถึงปีนี้







