posttoday
“อาคม” เร่งปิดหนี้ ม. 28 เพิ่มวงเงินใช้จ่ายให้รัฐบาลใหม่

“อาคม” เร่งปิดหนี้ ม. 28 เพิ่มวงเงินใช้จ่ายให้รัฐบาลใหม่

19 กรกฎาคม 2566

รมว. สั่งสศค. ปิดบัญชีหนี้ ม. 28 สร้างพื้นที่การคลังให้รัฐบาลใหม่ หลังโควิดจำเป็นต้องนำงบประมาณไปช่วยเหลือประชาชน ทำให้วงเงินการใช้จ่ายลดลงเหลือเพียง 1.8 หมื่นล้าน ด้านTDRI ชี้ ไม่เป็นปัญหาต่อการกระตุ้นศรษฐกิจ เชื่อรัฐบาลต้องรื้อเกลี่ยงบใหม่ เพื่อทำตามนโยบาย

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง กระแสข่าว วงเงินการใช้จ่ายตามมาตรา 28 ของพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังเหลือเพียง 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายกึ่งการคลังของรัฐบาลชุดใหม่ ว่า ยอมรับว่า ในช่วงที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด รัฐบาลมีความจำเป็นในการใช้จ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจ โดยดำเนินการผ่านแบงก์รัฐต่างๆ ทำให้วงเงินในการใช้จ่ายตามมาตรา 28 ลดลง


“เราจำเป็นต้องช่วยเหลือทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด เมื่อเราใช้แบงก์รัฐเข้าไปช่วย ทั้งบสย. และธ.ก.ส. เราก็ต้องตั้งงบประมาณไปชดเชยให้”

 

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา ทางกระทรวงการคลังก็ได้มีนโยบายเร่งรัดให้ทุกโครงการที่ดำเนินการ โดยใช้มาตรา 28 ได้เร่งปิดโครงการและชำระคืนเงิน เพื่อให้กรอบวงเงินในการใช้จ่ายตามมาตรา 28 มีเพียงพอที่จะใช้จ่ายในโครงการต่อไป โดยได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นหน่วยงานที่คอยติดตามความคืบหน้าการปิดบัญชีของแต่ละโครงการ

 

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเองก็ได้มีนโยบายในการใช้หนี้แก่แบงก์รัฐที่เข้ามาสนับสนุนการดำเนินนโยบายกึ่งการคลังดังกล่าว โดยขอให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบชำระคืนประมาณ 3.5-4% ของวงเงินในโครงการ

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันกรอบวงเงินการใช้จ่ายตามมาตรา 28 อยู่ที่ 32% ซึ่งลดลงจากเดิมที่รัฐบาลชุดนี้ขอขยายเป็น 35% ในช่วงโควิด แต่นับจากนี้ มองว่าวงเงินดังกล่าวควรกลับไปอยู่ที่ 30% เพื่อสร้างความยั่งยืนทางการคลัง

 

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ประเมินความสามารถในการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลทั้งในส่วนของการใช้จ่ายตามมาตรา 28 ตามกรอบพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง และ เพดานการก่อหนี้สาธารณะ พบว่า  รัฐบาลเหลือพื้นที่การใช้จ่ายค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะการใช้จ่ายตามมาตรา 28 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังโดยขณะนี้ ถือว่า ใกล้เต็มเพดานที่ 32% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย ดังนั้น จึงเป็นข้อจำกัดต่อการดำเนินมาตรการใดๆของรัฐบาลที่จะใช้จ่ายเงินตามมาตรา 28 ดังกล่าว

 

ณ สิ้นปีงบประมาณ 2565 ภาระผูกพันจากการใช้จ่ายเงินตามมาตรา 28 ของรัฐบาลอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 33.5% ของงบประมาณรายจ่าย และ ณ สิ้นเดือนมิ.ย.2566 วงเงินคงเหลือตามมาตรา28 อยู่ที่ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท จึงอาจไม่เพียงพอที่จะดำเนินกิจกรรมใดๆของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2566 

 

นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2567 อาจมีการพิจารณาปรับลดกรอบอัตรายอดคงค้างจาก 32% เป็น30% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

 

ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า มองว่า กรณีนี้ไม่น่าเป็นปัญหาต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเชื่อว่ารัฐบาลใหม่น่าจะรื้อจัดงบประมาณใหม่ คือ การกำหนดว่างบประมาณควรจะไปลงอะไรบ้าง เพราะตามปกติ แต่ละกระทรวงจะมีกล่องการทำงานอยู่ การพิจารณางบแต่ละปีก็จะคิดจากฐานเดิม ว่าหน่วยงานนี้ทำงานในส่วนนี้ ได้เงินปีที่แล้วเท่าไหร่ อาจจะปรับเพิ่มหรือลดเงินในแต่ละกล่อง ก็จะมีเงินมาทำโครงการได้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน