
“โลตัส” เดินหน้าหนุนผู้ประกอบการ สู่ Smart SME
“โลตัส” พร้อมเป็นสปริงบอร์ด หนุนผู้ประกอบการ สู่ Smart SME ด้วยหลักสูตรพิเศษปูพื้นฐานโมเดลธุรกิจ ทำ Business Matching เปิดพื้นที่ทดลองออกบูธ และใช้แพลตฟอร์มขายออนไลน์ “CP SEEDING” สนับสนุน แนะผนึกกำลังและค้าขายออนไลน์ให้เป็น
นางสาวเบญจวรรณ อ่องศรี ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานบริหารพื้นที่ศูนย์การค้า โลตัส เปิดเผยในงานสัมมนา PostToday Smart SME ยุค AI เขย่าโลก หัวข้อ How to be Smart SME ว่า ภาพรวมของโลตัสปัจจุบันจะมีไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านมินิซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่โลตัสมีพื้นที่เช่าที่มีขนาดตั้งแต่ 10,000 ตร.ม. เหมือนห้างชั้นนำทั่วไป ห้างขนาดกลาง ห้างขนาดย่อม และพื้นที่เช่าขนาดเล็กหน้า Lotus Go Fresh
โดยวันนี้จะโฟกัสในส่วนของพื้นที่เช่าของโลตัส มีขนาด 1 ล้าน ตร.ม. คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ประมาณ 10% ของพื้นที่เช่าทั่วประเทศ ซึ่งอันดับ 1 คือ ในเครือเซ็นทรัล มีมาร์เก็ตแชร์ 30% และอันดับ 2-3 คือ โลตัส และบิ๊กซี
สำหรับ SME ในช่วงที่ผ่านมา โลตัสมีการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เหนียวแน่น จับมือกับภาคธนาคาร การเงิน เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่โลตัสมอง คือ ทำยังไงให้โลตัสเป็นคนช่วยอีกแรง โดยการเป็น “แพลตฟอร์ม” คนที่โลตัสจะช่วยสนับสนุน คือ SME ที่อยู่ในพื้นที่เช่า ซึ่งมีประมาณกว่า 30,000 แบรนด์ หรือกว่า 50,000-60,000 ยูนิต มีตั้งแต่ขนาดไมโคร ที่เพิ่งเริ่มอยากจะทำธุรกิจ ไม่รู้จะค้าขายอย่างไร ขนาดกลาง ที่มีการเริ่มมาระดับหนึ่งแล้ว และขนาดใหญ่ ที่มีการขยายสาขามากขึ้น
ทั้งนี้ ความท้าทายของ SME ไทยในปัจจุบัน หลักๆ มีประมาณ 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.มาตรฐานสินค้าและบริการ คือ การหาจุดที่เป็นช่องว่างระหว่างลูกค้าและตลาดที่มี เช่น การดูในรัศมีที่อยู่ประมาณ 500 เมตร ยังไม่มีอะไรบ้าง ดังนั้นการรู้มาร์เก็ตอินไซด์ก่อน และศึกษาสินค้า จะทำให้เมื่อเปิดแล้วจะประสบความสำเร็จ
2.ช่องทางการจัดจำหน่ายที่จำกัด คือการเป็นช่องทางที่ถูกต้องให้กับ SME โดยสิ่งที่โลตัสช่วย คือ ถ้ายังไม่เคยทำ มาลองทำดูก่อน ถ้าสามารถขยายได้ก็ขยายต่อ หรืออยากไปต่างประเทศก็ได้เช่นกัน
3.การหาแหล่งเงินทุน ซึ่งโลตัสมีพันธมิตรจำนวนมาก 4.การพัฒนาโมเดลทางธุรกิจ ซึ่งสินค้าจะต้องมีราคาในใจของผู้บริโภคบริเวณนั้นเท่าไร จากนั้นออกแบบสินค้าให้เหมาะสม ให้น่าซื้อ หลังจากดูในเรื่องของการจัดแสดงสินค้าหน้าร้านอย่างไร และ5.การสร้างแบรนด์แผนการตลาด โดยเริ่มโพสต์สินค้าในออนไลน์ ทั้ง Facebook, Instagram และ TikTok รวมไปถึงแพลตฟอร์ม เช่น Grab และ LINE MAN ก็จะทำให้ต่อยอดได้
ทั้งนี้ จะทำอย่างไรให้เป็น SMART SME ได้แก่ 1.การวางแผนบริหารและจัดการเงินทุน โดยสิ่งที่โลตัสทำ คือ ต้องเชิญมาพูดคุยก่อนกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลพื้นที่เช่าถึงสินค้าที่ต้องการจะขาย คำนวณทราฟฟิกบริเวณที่ขายของ ดังนั้นจึงจัดคลาสอบรบ
2.ออกแบบโมเดลทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม สามารถทำได้จริง คือ เริ่มทำทันที ทดลองนำสินค้ามาขาย 3.พัฒนาสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐาน โดยเจ้าของกิจการเมื่อเริ่มเก่งขึ้น อยากนำไปขายในไฮเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งโลตัสก็มีการทำ Business Matching ให้ และแนะนำโรงงานที่ดี นอกจากนี้ยังไปต่อยอดกับค้าปลีกรายอื่นๆ ได้ ซึ่งโลตัสไม่เคยจำกัดว่าจะต้องอยู่กับโลตัสตลอดไปเท่านั้น
4.หาพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยผลักดันการเติบโตร่วมกัน คือ ยุคนี้อย่าทำคนเดียว เพราะปัจจุบันธุรกิจสามารถที่จะ Cross กันได้ค่อนข้างมาก ต้องมีความยืดหยุ่น เนื่องจากโมเดลยุคใหม่อยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ต้องปรับกันทุก 3 เดือน จากการเปลี่ยนแปลงในตลาดที่รวดเร็ว และ 5.นำเทคโนโลยี / นวัตกรรม มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ ซึ่งสามารถนำมาทำให้สินค้ามีความเจ๋งขึ้น ใช้ง่าย ราคาถูก ฟังก์ชั่นดี มากกว่าการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว
ส่วนสร้างแต้มต่อ SME ไทยในตลาดโลก ซึ่งโลตัสมีไฮเปอร์มาร์เก็ตประมาณ 200 สาขา ซุปเปอร์มาร์เก็ต ประมาณ 200 สาขา และร้านมินิซุปเปอร์มาร์เก็ต (Lotus Go Fresh) กว่า 2,000 สาขา ดังนั้นการที่ SME ใช้โลตัสเป็นสปริงบอร์ด ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องในการที่ SME สามารถที่จะเชื่อมต่อกับโลตัสได้ทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านมินิซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่ SME จะต้องมีการปรับตัวว่าสินค้าที่ต้องการจะขายเป็นรูปแบบไหน
ทั้งนี้ โลตัสมีกิจกรรมสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นการผนึกำลังกับภาครัฐและเอกชน ได้แก่ 1.หลักสูตรพิเศษสำหรับ SME เรียนฟรี เริ่มตั้งแต่พื้นฐาน เป็นโปรแกรม 4 สัปดาห์ ทำความเข้าใจโมเดลธุรกิจ 2. ทำ Business Matching เพื่อต่อยอด 3.เปิดพื้นที่ทดลองออกบูธ และ 4.ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนร้านค้า ซึ่งโลตัส มีแพลตฟอร์ม “CP SEEDING” เป็นแพลตฟอร์มการค้าขายออนไลน์ รวบรวมสินค้าขายต่อต่างประเทศ
“SME ต้องอย่าทำงานคนเดียว สำหรับประเทศไทยที่ดีที่สุด คือ การผนึกกำลังร่วมกัน และทุกอย่างโอเพ่น อยากให้ใช้ประโยชน์ตรงนี้ให้ได้มากที่สุด สิ่งที่แนะนำ SME ให้เป็น Smart SME คือ ต้องค้าขายออนไลน์ให้เป็น การสื่อสารออนไลน์สำคัญที่สุด จากนั้นมาดูว่าผลิตภัณฑ์ที่จะขายเป็นอะไรบ้าง” นางสาวเบญจวรรณ กล่าว







