posttoday
อีลิท การ์ดปลดพนักงาน

อีลิท การ์ดปลดพนักงาน

13 มกราคม 2554

ทีพีซีรับนโยบายเติ้งปรับลดพนักงานระดับบริหารลดรายจ่าย ก่อนจ่อควบรวมททท. พร้อมศึกษาแนวทางขายดอลลาห์หล่อเลี้ยงบริษัท

ทีพีซีรับนโยบายเติ้งปรับลดพนักงานระดับบริหารลดรายจ่าย ก่อนจ่อควบรวมททท. พร้อมศึกษาแนวทางขายดอลลาห์หล่อเลี้ยงบริษัท

น.ส.เมธาวี ตันวัฒนะพงษ์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี) ผู้บริหารโครงการบัตรไทยแลนด์ อีลิท การ์ด เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) ทีพีซี ว่า บอร์ดได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 6 ล้านบาท ใช้สำหรับชดเชยการยกเลิกจ้างพนักงานจำนวน 14 อัตรา ซึ่งเป็นพนักงานประจำ จำนวน 13 คน แบ่งเป็นระดับผู้อำนวยการฝ่าย 5 ตำแหน่ง และพนักงานว่าจ้าง จำนวน 1 คน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กพ.เป็นต้นไป  ตามนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัท ได้ชะลอการจำหน่ายบัตรสมาชิก

ทั้งนี้ การปรับลดดังกล่าว ทำให้บริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายประมาณ 9 แสนบาท/เดือน ซึ่งแผนนี้จะไม่กระทบต่อการบริหารจัดการในภาพรวม เพราะบุคลากรบางแผนกทำงานลดลง เนื่องจากนโยบายรัฐบาลได้สั่งการให้ทีพีซีงดการทำธุรกรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. ปี 2553

รายงานข่าวแจ้งว่า นโยบายการปรับลดพนักงานในครั้งนี้ เป็นแนวคิดของอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เมื่อครั้งเรียกฝ่ายบริหารของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ฝ่ายบริหารของทีพีซี เข้าพบ เพื่อมอบแนวคิดการดำเนินงาน เพราะต้องการลดจำนวนพนักงานทีพีซีให้น้อยที่สุด เพื่อรองรับการยุบรวบบริษัทไปขึ้นตรงกับททท. เบื้องต้นคาดว่าจะมีการปรับลดพนักงานอีก ให้เหลือเพียง 60 อัตรา จากการปรับครั้งล่าสุดมีพนักงานจำนวน 92  คน เทียบจากที่ผ่านมา 106 คน 

นอกจากนี้บอร์ดได้อนุมัติการขายเงินเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทไทย จำนวน 9.6 ล้านบาท สำหรับค่าบริหารจัดการประจำเดือนม.ค.นี้ พร้อมสั่งการให้ทีพีซีศึกษาแนวทางการจำหน่ายเงินเหรียญสหรัฐ 4 แนวทาง ได้แก่ 1. จำหน่าย 3 เดือน/ครั้ง 2 จำหน่าย 6 เดือน/ครั้ง  3 การจำหน่ายทั้งหมด และ 4.แนวทางการลงทุนอื่นๆ เช่น ฝากออมทรัพย์ เพื่อผลกำไร นำเสนอบอร์ดในเดือนก.พ.นี้

“ขณะนี้ทีพีซีมีเงินสดที่คิดเป็นเงินไทย 157.29 ล้านบาท คิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 30.66บาท/เหรียญสหรัฐ และเงินบาทไทยอีก 13 ล้านบาทสามารถบริหารจัดการได้ถึงสิ้นปีนี้”น.ส.เมธาวี กล่าว

อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับสิทธิประโยชน์ ของสมาชิก เพื่อให้บริษัทลดค่าใช้จ่าย โดยล่าสุดได้ผลประกอบการปี 2553 มีกำไร 72.68 เทียบกับปี2552 ขาดทุน 10 ล้านบาท การมีกำไรเมื่อปีทีผ่านมาเป็นผลมาจากการลดค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการเกือบ 100% ซึ่งถือเป็นการมีกำไรทางบัญชีครั้งแรกในรอบ 7 ปีนับจากการเปิดบริษัท โดยรับรู้รายได้ปี 2553 จำนวน 208 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 จำนวน 211 ล้านบาท และปี 2553 มีรายจ่าย 136 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 มีรายจ่าย 222 ล้านบาท 

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี