
ทิสโก้จับคู่ดอยช์แบงก์
ทิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ปเจรจาดอยช์แบงก์พันธมิตรธุรกิจยกระดับเป็นผู้ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ คาดว่าชัดเจนครึ่งแรกปีนี้
ทิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ปเจรจาดอยช์แบงก์พันธมิตรธุรกิจยกระดับเป็นผู้ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ คาดว่าชัดเจนครึ่งแรกปีนี้
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า กลุ่มทิสโก้ได้เจรจายกระดับความสัมพันธ์กับดอยช์แบงก์พันธมิตรเพื่อให้มาเป็นผู้ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์กับบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ เพื่อตรียมรับมือกับการเปิดเสรีค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์อย่างเต็มที่ (คอมมิชชัน) ในปี 2555 คาดว่าจะสรุปชัดเจนในปลายไตรมาสแรกและต้นไตรมาส 2 ปีนี้
ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับดอยช์แบงก์พร้อมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
“ในอดีตความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเขาเป็นไปอย่างหลวมๆ ปีนี้จะชัดเจนขึ้นถึงขั้นใช้แบรนด์งานวิจัยร่วมกัน DB TISCO หรือมีคำสั่งซื้อหลักทรัพย์จากต่างประเทศเข้ามา โดย บล.ทิสโก้ไม่มี นโยบายแข่งราคาแต่จะแข่งด้านคุณภาพเพราะเน้นลูกค้ารายใหญ่และสถาบันที่ต้องการงานวิจัยที่ดีมีคุณภาพ”
สิ้นปี 2553 ที่ผ่านมาอัตราค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของ บล.ทิสโก้ลดลงจาก 0.25% เหลือ 0.20% แต่นับเป็นอัตราที่ลดลงน้อยกว่าระบบ ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดธุรกิจค้าหลักทรัพย์ลดลงจาก 2.9% เมื่อปี 2552 เหลือ 2.7%
นางอรนุช กล่าวว่า ส่วนแบ่งตลาดเป็นระดับการแกว่งปกติที่ 2.53% โดยช่วง 23 ปีที่ผ่านมาที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามามากมาร์เก็ตแชร์เคยสูงถึง 5%
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า ปีนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นบริษัทหลักทรัพย์มีการควบรวมกิจการกัน เพื่อลดจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของธุรกิจ
“ปีนี้ก็กระชั้นกระชิดเข้ามาทุกทีในการเปิดเสรีค่าคอมมิชชัน ทำให้แต่ละบริษัทต้องเร่งสร้างจุดแข็งให้ตัวเองหลังจากปีที่ผ่านมา แต่ละบริษัทสามารถปรับตัวได้ดี มีการกระจายแหล่งที่มาของรายได้มากขึ้นและเห็นภาพชัดเจน คาดว่ามูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวัน 3 หมื่นล้านบาททุก บล.อยู่ได้ด้วยตัวเอง แม้ว่าจะไม่มีกำไรมากมายก็ตาม” นางภัทธีรา กล่าว
อย่างไรก็ตามในปีนี้ บริษัทหลักทรัพย์จะต้องมีค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และระบบการซื้อขายมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาระบบของตลาดหลักทรัพย์ แต่จะเกิดผลดีในระยะยาวที่จะมีสินค้ามากขึ้นและสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้
สำหรับแนวโน้มการทำธุรกิจในปี 2554 นางภัทธีรา กล่าวว่า ดัชนีหุ้นจะมีความผันผวนมากขึ้นหลังจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่องมา 2 ปี และปัจจัยแวดล้อมมีความไม่แน่นอน ทำให้สินค้าในตลาดอนุพันธ์ได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะนักลงทุนจะต้องบริหารความเสี่ยงมากขึ้นและหาโอกาสทำกำไรจากความผันผวนของราคาได้เป็นอย่างดี







