
กปส.ปรับองค์กรหลังกสทช.เกิด
โพสต์ทูเดย์ — กรมประชาฯปรับองค์กรรับมือการเกิด กสทช.มุ่งใช้สื่อรับงานพีอาร์องค์กรภาครัฐ พร้อมเสริมรายได้
นายกฤษณพร เสริมพานิช อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ หรือ กปส. เปิดเผยว่า กรมประชาฯ ได้เตรียมปรับองค์กรเพื่อรองรับกับการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. ที่จะเกิดขึ้น โดยส่วนหนึ่งของกรมที่ต้องปรับเปลี่ยน ได้แก่ ข้าราชการประจำกองงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กกช.) จำนวน 31 คน ต้องย้ายไปเป็นสำนักงานเลขาธิการให้ กสทช.
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ข้าราชการจำนวนดังกล่าวยังไม่ตัดสินใจย้ายไปยังสำนักงาน กสทช.ทั้งหมด คนที่แสดงความจำนงไม่ย้ายไป กรมต้องจัดหาตำแหน่งให้ลง รวมทั้งภารกิจ หน้าที่ของกรมต้องปรับใหม่ให้สอดคล้องกับภารกิจหน้าที่หลังมี กสทช. คือการเป็นสื่อสาธารณะ
ปัจจุบันสื่อของกรมประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วยวิทยุจำนวน 119 คลื่น สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 (เอ็นบีที) และสถานีโทรทัศน์ในภูมิภาคอีก 11 สถานี ส่วนวิทยุในกรุงเทพฯ อาทิ เอฟเอ็ม 88, 92.5 และเอฟเอ็ม 105.0 ส่วนหนึ่งให้เอกชนเช่าผลิตรายการ เมื่อครบกำหนดสัญญา 2 ปี ต้องคืนคลื่นความถี่ดังกล่าวให้กับ กสทช.
“ทุกวันนี้ กรมได้งบประมาณปีละ 300 ล้านบาท ช่อง 11 ใช้ 100 ล้านบาท ที่เหลือมากระจายในสื่อที่มีอยู่ ซึ่งมีความเป็นห่วงว่าในแง่บริหารจัดการจะทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะงบประมาณที่ได้น้อย ขณะที่ต้องทำคุณภาพรายการให้ดี เพื่อดึงเรตติ้ง” นายกฤษณพร กล่าว
สำหรับการตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ กรมได้ศึกษาไว้หลายแนวทาง และศึกษาการใช้ช่องทางสื่อใหม่ๆ ที่ต้นทุนไม่สูงมาก หรือนำสื่อที่มีไปสนับสนุนหน่วยงานของรัฐ กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ เป็นหน่วยงานวางแผนประชาสัมพันธ์ให้กับองค์กรของรัฐ เป็นต้น







